ถือเงินสดส่วนใหญ่ในพอร์ต รอแรงขายให้ลดลงอย่างชัดเจนแล้วค่อยสะสมหุ้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ลงทดสอบแนวรับ 1350 จุด
ตลาดไทยวันนี้มีโอกาสย่อลงแรง เนื่องจากเมื่อวันศุกร์ย่อลงน้อยกว่าตลาดเพื่อนบ้านบวกกับปัจจัยกดดันจากต่างประเทศหลายอย่าง เช่น ดาวโจนส์ที่ปรับลงแรงกว่า 500 จุดและดาวโจนส์ future ที่ยังคงพักฐานลงต่อ ด้วยความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนและการอ่อนค่าลงอย่างแรงของค่าเงินในเอเชีย ประกอบกับราคาน้ำมันลดลงแรงต่อเนื่อง จากการผลิตใน USA และ Iran และความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยยังคงส่งผลให้ sentiment โดยรวมเป็นลบ
แนวรับ/แนวต้าน : 1350/1380 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 75% : พอร์ตหุ้น 25%
กลยุทธ์ : ถือเงินสดส่วนใหญ่ในพอร์ต รอแรงขายให้ลดลงอย่างชัดเจนแล้วค่อยสะสมหุ้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐหรือค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
นักลงทุนระยะสั้น : SVI(5.40), NUSA(1.25)
SVI(5.40) งบ Q2 ออกมาดีแล้ว ต่อไปงบ Q3 จะเข้าสู่ช่วงพีค ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ส่งออกง่ายขึ้นและไม่ส่งออกไปจีน ทำให้ผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวมีค่อนข้างน้อยต่อ SVI ปีนี้จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่เหมือนก่อนช่วงไฟไหม้ ประกอบกับ demand จากยุโรปยังแข็งแกร่งอยู่และปีหน้าจะได้ลูกค้าใหม่จากอเมริกา 4 ราย ส่งผลให้กำไรมีโอกาสจะโตถึง 40% ในปีหน้า
NUSA(1.25) เราคาดกำไรจะโตได้สูงปีนี้ ประกอบกับราคาปัจจุบันต่ำกว่าบุ๊ค คือแค่ 0.9 เท่า P/B แถมมี Land bank ซึ่งมีต้นทุนน้อยมาก บวกกับโครงการ NUSA ONE และอีกหลายโครงการในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัทในระยะยาว และในครึ่งปีหลังนี้แนวโน้มการโอนโครงการจะมีเข้ามากกว่าครึ่งปีแรกอีกด้วย หลังจากครึ่งปีแรกคอนโดขายดีจนเกินเป้าแล้วครับผม
นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), TVO(33.75)
ADVANC (270) UOBKH เรามองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%
TVO (33.75) ตลาดมันแกว่งแรงความเสี่ยงก็เยอะ เอาหุ้นปันผลสูงๆติดพอร์ตไว้ก็ดีครับ TVO ตัวนี้ รายงานงบ Q2 ออกมาดีบวกกับ Downside risk จากราคาถั่วเหลืองตกต่ำมีน้อย เนื่องจากราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาต้นทุนของเกษตรกรสหรัฐที่ 9USD/bushel แถมให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 58 ที่ดีราว 7% โดยคาดเงินปันผลปี 58 ที่ 1.62 บาท/หุ้น ประกอบกับปัจจุบันการปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐนั้นต่ำกว่าที่คาดไว้เพราะมีปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ช่วยเสริม sentiment บวกให้กับราคาถั่วเหลืองในระยะกลางถึงระยะยาวด้วย ดังนั้นค่อยๆเก็บสะสม TVO ถือยาวๆกินปันผลกันนะครับ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- นักเศรษฐศาสตร์ชี้ ครม.ใหม่เผชิญมรสุมรอบด้าน ทั้งศึกนอก-ในจากผลกระทบเศรษฐกิจโลก แนะเร่งฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน-ผู้บริโภค พร้อมออกมาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาภาคเกษตร เหตุฉุดกำลังซื้อร่วง ชี้อาจจำเป็นออกมาตรการกระตุ้นระยะสั้น รมต.ใหม่ย้ำสานนโยบายเดิม
- "โบรกเกอร์" จ่อหั่นเป้า กำไรกลุ่ม "ท่องเที่ยว-โรงแรม" ปีนี้ ลง 2-3% หลังเกิดเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ มองผลกระทบสั้น หากไม่มีเหตุบานปลาย เชื่อสถานการณ์กลับสู่ปกติใน 3-6 เดือน พร้อมมองแนวโน้มปีหน้าเติบโตสูงขึ้นจากฐานต่ำในปีนี้ ด้านผู้ประกอบการค้าปลีกย่านราชประสงค์ แจงยอดขายหด 20-30% ต่างชาติชะลอลงทุนหลังระเบิดราชประสงค์ รับความเสี่ยงขายหุ้นเพิ่มขึ้น ด้านสมาคม บล.ชี้ไทยยังดูดีกว่าภูมิภาค หวัง ครม.ใหม่เรียกความเชื่อมั่น
- กสิกรไทยเล็งปรับลดจีดีพีต่ำกว่า 2.8% รอดูผลกระทบจากเหตุรุนแรงและการชะลอตัวเศรษฐกิจจีน รับเป็นโจทย์ท้าทายภาคเอกชนและ ครม.ชุดใหม่ ชี้อยากเห็นนักเศรษฐศาสตร์ตัวจริงใน ครม.เศรษฐกิจชุดใหม่ เพื่อทำงานร่วมกับผู้ว่า ธปท.คนใหม่รับมือวิกฤติเงินทุนเคลื่อนย้าย เผยเอสเอ็มอียังไม่เบิกใช้วงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลดลง 530.94 จุด หรือ 3.12% ปิดที่ 16,459.75 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงมากกว่า 500 จุดเมื่อวันศุกร์ (21 ส.ค.) เนื่องจากแรงเทขายในตลาดหุ้นทั่วโลกส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวลง 180.24 จุด หรือ 2.83% ที่ระดับ 6,187.65 จุด
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลดลงเมื่อวันศุกร์ (21 ส.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่า การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก
- ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 597.69 จุด หรือ -2.98% ปิดที่ 19,435.83 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือนในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจอาจจะฉุดเศรษฐกิจทั่วโลกให้อ่อนแอลงด้วย
- ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 347.85 จุด หรือ 1.53% ปิดวันนี้ที่ 22,409.62 จุด
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดร่วงลงในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ขณะที่จีนเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนส.ค. ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกันไคซิน อยู่ที่ระดับ 47.1 ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก.ค.ที่ระดับ 47.8
+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ต.ค.ลดลง 87 เซนต์ ปิดที่ 40.45 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อวันศุกร์ (21 ส.ค.) เนื่องจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่า บริษัทผู้ผลิตน้ำมันยังคงเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลง









