กำไรสุทธิ 2Q58 +5%QoQ แต่ -22%YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- รายงานกำไรสุทธิ 2Q58 ที่ 2.37 หมื่นล้านบาท : PTT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ที่ 23,745 ล้านบาทซึ่งต่ำกว่าประมาณการเราเพียง 6% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทางภาษีสูงกว่าที่เราประมาณการไว้จากการขายหุ้น BCP โดยธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีปริมาณขายทรงตัวจากไตรมาส 1 เนื่องจากความต้องการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) ทรงตัวในระดับสูงหลังมีการเปิดโรงไฟฟ้าในปลายปี 57 แต่ปริมาณขายให้โรงแยกก๊าซปรับตัวลงเล็กน้อยเพราะมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซที่ 1 ในช่วงปลาย Q2 อย่างไรก็ตาม รายได้ของโรงแยกก๊าซปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น ทางด้านธุรกิจขายปลีกน้ำมันปริมาณขายปรับตัวลงเล็กน้อย 3%QoQ เนื่องจากหมดช่วงฤดูท่องเที่ยวและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่กำไรต่อลิตรปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากราคาขายปลีกเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบโลกได้อย่างเสรีมากขึ้นจากนโยบายรัฐ นอกจากนี้กำไรของ PTT ยังได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงกลั่นที่มีค่าการกลั่นทรงตัวในระดับสูง และมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบ มาชดเชยกำไรจากธุรกิจผลิตและสำรวจที่ปรับตัวลงอย่างมาก
- มีแผนขยายท่าเรือเพื่อรองรับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็น 15 ล้านตัน : ภายใน 5 ปีข้างหน้า PTT มีแผนขยายท่าเรือ LNG เป็น 15 ล้านตันจากในปัจจุบันที่สามารถรองรับการนำเข้า LNG ได้เพียง 5 ล้านตัน เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยและเป็นแหล่งสำรองก๊าซธรรมชาติในกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากราคา LNG ในตลาดโลกปรับตัวลงอย่างมากตามราคาน้ำมันดิบทำให้มีความคุ้มค่าที่จะนำเข้ามาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ในประเทศไทย
- คาดว่าหลังจากขายหุ้น BCP ส่งผลให้กำไร 2H ลดลงเพียง 300 ล้านบาท : หลังจากที่ PTT ขายหุ้น BCP ออก ทำให้ในครึ่งปีหลังจะไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก BCP ซึ่งทางฝ่ายวิจัยคาดว่าจะส่งผลกระทบด้านลบต่อกำไรในครึ่งปีหลังเพียง 300 ล้านบาท(ประมาณการกำไร BCP ปี 58 ที่ 4.9 พันล้านบาท)
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 352 บาท : กำไร 1H58 คิดเป็น 58% ของประมาณการแต่แนวโน้มครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยเสี่ยง ทั้งราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับต่ำ และกำไรของธุรกิจโรงกลั่นอาจไม่สดใสเท่าครึ่งปีแรก ส่งผลให้กำไรของ PTT อาจปรับตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง ฝ่ายวิจัยจึงคงประมาณกำไรปี 58 ตามเดิม โดยทำการประเมินมูลค่าด้วยวิธี PBV Ratio แต่ปรับลดค่า Prospective PBV จาก 1.6 เท่า เหลือ 1.4 เท่า เพื่อให้สะท้อนถึงค่าเฉลี่ยของ PBV ในปัจจุบันมากขึ้น คาดการณ์ Book Value per Share ณ ปลายปี 58 ราว 252 บาท ได้ราคาเหมาะสมที่ 352 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”








