วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาไม่ใช่สาขารัฐบาล 'ไอติม' ยังไม่เคาะวันซักฟอก ยัน 5 วันสมเหตุผล

'พริษฐ์' เผยยังไม่ได้บทสรุปวันซักฟอกรัฐบาล ฝ่ายค้านยันสิ่งสำคัญที่สุด คือจัดสรรเวลาให้เพียงพออภิปราย-รมต.แจง ชี้ 5 วันสมเหตุสมผล

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก สรุปอัปเดตความคืบหน้าเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยระบุว่า เห็นสื่อมวลชนสอบถามมาหลายทางเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เลยขอใช้พื้นที่นี้ชี้แจงในคราวเดียว

สรุป ยังไม่มีข้อตกลงร่วมกันเรื่องห้วงเวลา-จำนวนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านยืนยัน ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการจัดสรรเวลาที่เพียงพอสำหรับฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อกล่าวหา และสำหรับรัฐมนตรีในการชี้แจง

ณ เวลานี้ ยังไม่มีการหารือกันอย่างเป็นทางการ หรือการตกลงกันใดๆระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถึง จำนวนวัน หรือ ห้วงเวลา-วันที่ ที่จะใช้สำหรับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นต่อประธานสภา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา

สภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่สาขาของรัฐบาล และการกำหนดวาระหรือแนวทางการทำงานในสภา เป็นสิ่งที่ต้องหารือร่วมกันทุกฝ่าย ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลจะกำหนดได้ด้วยตนเอง - ยิ่งเมื่อเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งเป็นกลไกหลักที่ฝ่ายค้านใช้ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเป็นญัตติที่ฝ่ายค้านย่อมรู้ดีกว่าว่าจะมีเนื้อหาที่ครอบคลุมประเด็นอะไรบ้าง ยิ่งเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่รัฐบาลจะมากำหนดเองว่ากี่วันจะเพียงพอ หรือเอาตารางของตนเองมาบีบว่าจะมีเวลาให้ได้เพียงแค่กี่วัน

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า พรรคฝ่ายค้านเราเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการจัดสรรเวลาที่เพียงพอสำหรับฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อกล่าวหา และสำหรับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการชี้แจงข้อกล่าวหา

เหตุผลที่เราเสนอเวลาอภิปรายไว้ 5 วัน ก็มาจากการอ้างอิงบรรทัดฐานในอดีต - หากย้อนไปดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งหมดภายใต้ รธน. 2560 เราจะเห็นว่าทั้ง 4 ครั้งที่เป็นการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีอีกหลายคนเป็นรายบุคคล (ซึ่งเกิดขึ้นทั้งหมดในสมัยรัฐบาลประยุทธ์) จะมีการจัดสรรวันในการอภิปรายทั้งหมด 4 วันเต็ม (และลงมติในวันที่ 5)

- ก.พ. 2563 อภิปรายนายกฯ & รัฐมนตรี รวมกัน 6 คน = 4 วันเต็ม (ลงมติวันที่ 5)

- ก.พ. 2564 อภิปรายนายกฯ & รัฐมนตรี รวมกัน 10 คน = 4 วันเต็ม (ลงมติวันที่ 5)

- ส.ค.-ก.ย. 2564 อภิปรายนายกฯ & รัฐมนตรี รวมกัน 6 คน = 4 วันเต็ม (ลงมติวันที่ 5)

- ก.ค. 2565 อภิปรายนายกฯ & รัฐมนตรี รวมกัน 11 คน = 4 วันเต็ม (ลงมติวันที่ 5)

นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า ดังนั้น ด้วยปริมาณข้อมูล-หลักฐานที่อยู่ในมือฝ่ายค้าน ณ เวลานี้ และด้วยการที่ครั้งนี้มีการอภิปรายนายกฯ รัฐมนตรีเพิ่มขึ้นมารวมกันเป็น 18 คน เราจึงเห็นว่าการจัดสรรเวลา 5 วัน สำหรับการอภิปราย-ชี้แจง น่าจะมีความสมเหตุสมผล (ทางเราตระหนักดีว่าหากเสนอเวลาที่มากเกินจำเป็น เมื่อเทียบกับเนื้อหาสาระที่มีการอภิปราย ฝ่ายค้านก็จะถูกสังคมตัดสินเอง)

"ในขั้นตอนถัดไป เมื่อประธานสภาตรวจญัตติเสร็จเรียบร้อย ผมเข้าใจว่าทางประธานคงจะมีการนัดประชุมหารือกันระหว่างวิปทุกฝ่าย หากที่ประชุมดังกล่าวได้ข้อสรุปร่วมกันเรื่องจำนวนวัน-เวลา จึงจะเป็นขั้นตอนที่จะต้องหารือกับตัวแทน ครม. เป็นการต่อไป ถึงห้วงเวลา-วันที่ที่เหมาะสม" นายพริษฐ์ ระบุ