เริ่มเก็บสะสมหุ้นเมื่อดัชนีปรับฐานลงแรง โดยเฉพาะเมื่อใกล้ 1400 จุด เก็งกำไรรายตัวระยะสั้น
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งในกรอบ 1430-1460
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มปรับขึ้นในช่วงแรกแล้วซึมลงต่อ โดยปัจจัยภายในประเทศเริ่มดูดีขึ้น หลังจาก ADVANC ประกาศงบออกมาดีกว่าคาดและนักลงทุนติดตามการเสนอ 6 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้า ครม.วันนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจเผชิญแรงขายเป็นช่วงๆจากปัจจัยกดดันต่างประเทศอย่างเช่น ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนและราคาน้ำมันที่อ่อนแอบวกกับตัวเลข PMI ภาคการผลิตของสหรัฐออกมาค่อนข้างแย่เมื่อคืนนี้ ดังนั้นอาจเห็นรีบาวด์ได้บ้างแต่คงเป็นการรีบาวด์แค่ชั่วคราวและซึมลงต่อ
แนวรับ/แนวต้าน : 1430/1450 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : เริ่มเก็บสะสมหุ้นเมื่อดัชนีปรับฐานลงแรง โดยเฉพาะเมื่อใกล้ 1400 จุด เก็งกำไรรายตัวระยะสั้น เน้นหุ้นที่จะรายงานงบไตรมาส 2 ออกมาแข็งแกร่ง ส่วนระยะยาวเน้นปันผลสูงและ defensive เป็นหลัก
นักลงทุนระยะสั้น : DEMCO(17.50), PTTGC (76)
DEMCO (17.50) เริ่มเด้งตามคาดเมื่อวานนี้ คาดว่ายังไปได้ต่อ หลังจาก KPN ซื้อ Wind Energy Holding ไปแล้ว ก็คลายความกังวลไปได้เยอะ เพราะโครงการลมอีกเพียบจะเดินหน้าไปได้ต่อ และเราคาดว่างบจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้เป็นต้นไป จากการ realize กำไรจากงาน Backlog ที่มีอยู่สูง ส่วนใครถือยาวได้ก็ยิ่งดี เพราะปีหน้ามีแผนนำ WEH เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ด้วยช่วยปลด lock value แถมปัจจุบัน P/E ต่ำสุดในกลุ่มเทียบกับคู่แข่งอย่างเช่น EA และ GUNKUL นะครับ
PTTGC (76) ยังเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนเช่นกัน UOBKH เราคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 1/58 จะต่ำที่สุดของปีนี้ ธุรกิจโอเลฟินส์และ derivative จะยังเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตที่สำคัญในปี 58 ขณะที่ราคา HDPE ที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบันจะช่วยหนุนกำไรสุทธิของ PTTGC ให้มากขึ้นเนื่องจาก 60-65% ของกำไรสุทธิขึ้นอยู่กับราคา HDPE แถมราคาหุ้น PTTGC ณ ปัจจุบันซื้อขายในระดับถูกด้วย 2015F PE ที่ 8 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 9 เท่าด้วย รอจังหวะย่อๆมาซัก 60 ซื้อเก็บกินปันผลหรือเล่นสั้นก็ได้นะครับ
นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), SVI(5.40)
ADVANC (270) UOBKH เรามองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%
SVI (5.40) ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ส่งออกง่ายขึ้นและปีนี้จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่เหมือนก่อนช่วงไฟไหม้ ประกอบกับปีหน้าจะได้ลูกค้าใหม่ 4 ราย กำไรจะโตถึง 40% ในปีหน้า ส่วนปีนี้พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรแน่นอนครับ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- ผู้ประกอบการค้าปลีกรับมือวิกฤติกำลังซื้อ หั่นราคาสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน-อาหารสดลง 20% "เทสโก้ โลตัส" และ "บิ๊กซี" อัดงบ กว่า 4 พันล้าน จัดโปรโมชัน-อัดแคมเปญ "แรงกว่าปกติ" หวังกระตุ้นกำลังซื้อช่วงครึ่งปีหลังรับไฮซีซั่น ส่วนที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบปรับลดราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) งวดเดือน ส.ค. ในทุกกลุ่ม ทั้งภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง และครัวเรือน ลงมา 1 บาท/กิโลกรัม มีผลทันทีวันที่ 4 ส.ค.นี้ ส่งผลให้ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มมาอยู่ที่ 22.96 บาท/กิโลกรัม และทำให้ถังก๊าซหุงต้มของครัวเรือนขนาด 15 กิโลกรัม มีราคาลดลงทันที 15 บาท/ถัง เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนผู้ใช้แอลพีจี
- นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน ก.ค.ว่า อยู่ในระดับ 106.57 ติดลบ 1.05% เทียบกับเดือน ก.ค. 2557 เป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และลดลง 0.07% เมื่อเทียบเดือน มิ.ย. 2558 ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ยรอบ 7 เดือน ติดลบถึง 0.85% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านนายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศ ไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ได้ปรับประมาณการตัวเลขส่งออกของไทยปีนี้ใหม่ โดยคาดว่าทั้งปีจะมีมูลค่าเพียง 2.18 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือติดลบ 4.2% จากเดิมที่คาดว่าจะติดลบเพียง 2% ซึ่งถือว่าติดลบมากสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2552 ที่การส่งออกไทยติดลบ 14.2%
- "ประยุทธ์" สั่งประมูล 4จี ต้องรักษาผลประโยชน์ประชาชน ค่าบริการต้องถูกลง ด้าน กทค. เร่งจัดทำเงื่อนไข บีบเอกชนหั่นราคาต่ำกว่าโปรโมชั่นในตลาด ขณะที่เอกชนยันตั้งต้นราคาประมูลแพงเกินจริง หากเทียบประเทศอื่น
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,598.20 จุด ลดลง 91.66 จุด หรือ -0.52%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (3 ส.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ รวมถึงดัชนีภาคการผลิตที่ชะลอตัวลงในเดือน ก.ค.และการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 4 เดือน นอกจากนี้ การร่วงลงของราคาน้ำมันดิบยังได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง และส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายซบเซาลงด้วย









