"ไพรินทร์" เตรียมเสนอรัฐบาลพิจารณาแผนสร้างคลังสำรองก๊าซ พร้อมทุ่ม 2 แสนล้าน ลงทุนสร้างเรือ หวังใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองไฟภาคใต้
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.เตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาแผนการก่อสร้างคลังและหน่วยแปลงสภาพก๊าซธรรมชาติเป็นแอลเอ็นจีรูปแบบลอยน้ำ หรือ เอฟเอสอาร์ยูจำนวน 2 ลำ และลงทุนท่อแก๊สหุงต้มเส้นที่ 5 โดยใช้งบประมาณรวมกว่า 2 แสนล้านบาท สำหรับสำรองแอลเอ็นจีไว้ใช้ในประเทศ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการปิดซ่อมท่อแก๊ส และไฟดับในภาคใต้ช่วงเดือนเม.ย. รวมถึงเป็นแหล่งสำรองแก๊สธรรมชาติของประเทศในอนาคต
ทั้งนี้ เรือทั้ง 2 ลำ จะมีปริมาณความจุแก๊สได้ลำละ 3 ล้านตัน รวมเป็น 6 ล้านตัน โดยจะมีการเปลี่ยนแก๊สฯ เป็นของเหลวเพื่อเก็บไว้ในเรือ ซึ่ง ลำแรกลอยลำอยู่ฝั่งอันดามัน เพื่อขนส่งต่อทางท่อ ที่ กันบ็อก ประเทศเมียนมาร์ ลำสองอยู่ฝั่งอ่าวไทย เพื่อขนส่งทาง อ.จะนะ จ.สงขลา โดยวิธีการใช้เรือสำรองแก๊สธรรมชาติ มีข้อดีคือ จัดหาได้สะดวก และเคลื่อนย้ายได้ง่าย รับมือการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์การจัดส่งพลังงานที่ไม่แน่นอนได้
"ที่ผ่านการจัดส่งแก๊สธรรมชาติมาไทย ไม่สามารถผลิตและจัดส่งได้ตามกำหนด โดยเฉพาะเดือนเม.ย. ที่ล่าช้า จนเกิดปัญหา กระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอใช้ในหน้าร้อน แต่หากไทยมีแก๊สสำรองไว้ ก็จะแก้ปัญหานี้ได้ รวมถึงรองรับการเติบโตการใช้พลังงานในอนาคตได้"
ทั้งนี้ คาดว่า การดำเนินการเรือสำรองแก๊สธรรมชาติ จะเริ่มได้ที่แรกที่เมียนมาร์ โดยในเร็วๆนี้ นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน จะเดินทางไปหารือกับรัฐบาล ถึงแนวทางดำเนินการ โดยการเจรจาคาดหวังว่สจะสำเร็จในปีนี้ และใช้เวลาจัดหาอีก 3 ปี
ส่วนการลงทุนคลังเก็บแอลเอ็นจีบนบกระยะ 2 ในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง อยู่ระหว่างการเร่งก่อสร้าง ขณะที่ระยะ3 อีก 5 ล้านตัน กำลังพิจารณาพื้นที่ตั้งที่แน่ชัด แต่ก็จะอยู่ในบริเวณเดียวกัน โดยยืนยันว่าไทยจำเป็นต้องมีคลังเก็บแอลเอ็นจีทั้งบนบกและลอยน้ำ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน









