วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวนกรอบ 1480-1500

ช่วงนี้นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ผันผวนกรอบ 1480-1500

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1480-1500 ด้วยปริมาณซื้อขายที่เบาบางก่อนช่วงหยุดยาว 3 วัน ช่วงนี้ยังคงเป็นไปได้ค่อนข้างยากที่ SET จะยืนเหนือ 1500 จุดอย่างมั่นคง เนื่องจากความกังวลเรื่อง NPL ของกลุ่มแบงก์กดดันตลาดโดยรวมอยู่ และนักลงทุนรอดูความคืบหน้าประเด็นหนี้ของกรีซ จึงชะลอการลงทุนไปถึงสัปดาห์หน้า

แนวรับ/แนวต้าน : 1480/1510
กลยุทธ์ : ช่วงนี้นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ เนื่องจากการฟื้นตัวของการส่งออกและเศรษฐกิจไทยยังไม่มีความแน่นอน แนะนำรอจังหวะดัชนีเข้าใกล้ 1480 เก็บหุ้นกลุ่มพลังงาน สื่อสารที่ให้ปันผลสูงตลอดจนกลุ่มโรงพยาบาลและท่องเที่ยวที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่า
สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
นักลงทุนระยะสั้น : TASCO(23), IFEC(18)
นักลงทุนระยะยาว : IRPC(6.50), BDMS(25.50)


จับข่าวมาเก็งกำไร

กลยุทธ์ : เศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังปี 2558 ยังคงอ่อนแอ และธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มจะปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจลง อย่างไรก็ดี GDP น่าจะถึงจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสที่ 1/58 และครึ่งแรกปี 2559 น่าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจน จากการอุปโภคบริโภคที่ดีขึ้นและความชัดเจนของโครงการเมกะโปรเจกต์ ควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่ขึ้นลงเป็นวัฏจักรภายในประเทศและหุ้นเบต้าสูง แต่ลงทุนเป็นรายตัว ในกลุ่ม พลังงาน โรงแรม หุ้น defensive และหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง รวมทั้ง PTTGC, IRPC, CENTEL, BDMS, ADVANC และTVO(รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "ประสาร" เผย ธปท.เริ่มปรับสมมติฐานผลค่าเงินบาทต่อภาคส่งออก รับค่าเงินอ่อนส่งผลมากขึ้น จากการค้าโลกเปลี่ยน ขาดกำลังซื้อหันมาแข่งขันราคา ด้าน "ปรีดิยาธร" พอใจค่าเงิน มั่นใจส่งออกฟื้นไตรมาส 3 ปีนี้ ขณะมูดี้ส์หนุนเรทติ้งไทย จากฐานการเงินการคลังแกร่ง ส่วน กนอ. ลุยเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เปิดนิคมฯ ชายแดน นำร่อง "ตาก-สระแก้ว-สงขลา" เล็งขอ กนพ.ชงนายกฯ ใช้ ม.44 ลดขั้นตอนดำเนินงาน หวังเปิดดำเนินการภายในปี 2561 ใช้เงินลงทุน 6.65 พันล้านบาท คาดคิดค่าเช่า 1-1.5 แสนบาทต่อไร่ต่อปี ด้าน สศค.เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน เม.ย.58 ชี้ให้เห็นว่า ปีนี้ยังสามารถขยายตัวได้ โดยแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญคือ การใช้จ่ายภาครัฐ และการท่องเที่ยว ส่วนภาคการบริโภคนั้นก็ยังเป็นส่วนสำคัญ แม้ว่ารายได้ภาคเกษตรจะขยายตัวลดลงก็ตาม โดย สศค.คาดว่า การเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้จะอยู่ 3.7%

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,126.12 จุด ลดลง 36.87 จุด หรือ -0.20%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้กรีซ หลังจากเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป (EU) ระบุว่า ยังไม่มีการทำข้อตกลงใดๆระหว่างกลุ่มเจ้าหนี้และกรีซในขณะนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังจากนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโก ออกมาส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้

- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้น 17 เซนต์ ปิดที่ 57.68 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 พ.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงมากเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลแรงงานที่สดใสของสหรัฐ