วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.ตีกรอบกฎหมายปิโตรเลียม

คณะกรรมาธิการวิสามัญ สนช.ตีกรอบ กฏหมายปิโตรเลียม ลดผลประโยชน์ แรงจูงใจบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมคาดเสนอ สนช.ชุดใหญ่ 12พ.ค.นี้

คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเวทีสัมมนา รับฟังความคิดเห็นประชาชน โดยมีเครือข่ายภาคประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังจนล้นห้องประชุมกว่า600คนเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 300คน ทั้งนี้ได้มีการขอความร่วมมือไม่ให้ตัวแทนของคณะอนุกรรมการที่จัดตั้งขึ้นทั้ง3ชุดคือชุดศึกษาปัญหาการบังคับใช้พ.รบ.ปิโตรเลียมพ.ศ.2514,ชุดศึกษาปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 และ ชุดรับฟังความคิดเห็นประชาชน ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน นอกเหนือจากประธานกรรมาธิการ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า ผลการศึกษาที่คณะอนุกรรมาธิการทั้ง3ชุด จะนำสรุป เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ เพื่อให้ความเห็นชอบในวันที่11พ.ค. 2558 นี้ หลังจากนั้นก็จะนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในวันที่ 12พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ครบกำหนดการศึกษาที่ใช้ระยะเวลา3เดือนตามที่รัฐบาลกำหนด ก่อนที่จะส่งผลการศึกษาและข้อเสนอแนะต่างๆ ให้กับรัฐบาลต่อไป

พลเอกสกนธ์ กล่าวว่าการพิจารณาตัดสินใจที่จะปรับปรุงแก้ไขผลการศึกษาของทางสนช. ถือเป็นอำนาจของรัฐบาล ที่อาจจะมอบหมายให้ทางกระทรวงพลังงาน โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นผู้ศึกษาถึงผลดีและผลเสียของผลการศึกษาฉบับ สนช. ก่อนที่จะยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 กลับมาที่ สนช.เพื่อดำเนินการตราเป็นกฏหมาย บังคับใช้ต่อไปทั้งนี้ โดยส่วนตัวยังมองว่า รัฐบาลจะไม่แก้ไขปรับปรุงข้อเสนอส่วนที่เป็นสาระสำคัญเพื่อไม่ให้กลายเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน ที่ปัจจุบัน เงื่อนไขความขัดแย้งที่เคยมีมา นั้นคลี่คลายไปมากแล้ว

สำหรับประเด็นปัญหาพร้อมข้อเสนอ ที่ทางคณะอนุกรรมาธิการทั้ง 3 ชุด ดำเนินการนั้น ครอบคลุมการจัดเก็บรายได้จากกิจการปิโตรเลียมรวม 4ส่วน คือ 1ค่าภาคหลวงและผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ2.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 3. ข้อเสนอแนะทางกฏหมายอื่นๆ 13ประเด็น และ4 การนำระบบแบ่งปันผลผลิตProduction Sharing Contract-PSC) และระบบสัญญาอื่นๆ มาใช้กับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทย

ทั้งนี้ข้อเสนอที่ทางผู้แทนคณะอนุกรรมาธิการทั้ง3ชุดนำเสนอบนเวทีสัมมนานั้น เน้นตีกรอบการดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทยให้รัดกุมขึ้น โดยลดสิทธิประโยชน์ที่เอกชนเคยได้รับจากเดิม และการนำรายจ่ายมาหักคืนภาษีเพื่อให้รัฐได้รับผลประโยชน์มากขึ้น ไม่ว่าจะดำเนินการภายใต้สัญญาสัมปทาน ,สัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือสัญญารับจ้างผลิต

โดยสาระสำคัญคือการเสนอให้นำระบบอื่นๆมาใช้นอกเหนือจากระบบสัมปทานโดยกรณีการนำระบบแบ่งปันผลผลิต มาใช้ในประเทศไทยจะต้องมีการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ปิโตรเลียมและพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมสัดส่วนของอัตราค่าภาคหลวง อัตราต้นทุนของภาคเอกชนที่อนุญาตให้นำมาหักออก อัตราภาษีเงินได้ และสัดส่วนของการแบ่งปันผลผลิต จะต้องนำมาทบทวน เพื่อให้สัดส่วนรายได้โดยรวมของประเทศไทย ดีกว่าหรืออย่างน้อยที่สุดไม่ต่ำกว่าระบบสัมปทานปัจจุบัน

กรณีนำรูปแบบกิจการร่วมค้า(Joint Venture)อาจจะพิจารณานำการจัดเก็บภาษีเงินได้ตามประมวลรัษากรมาปรับใช้ โดยไม่จำเป้นต้องออกกฆมายเป้นการเฉพาะส่วนกรณี การนำสัญญาบริการ (ServiceContract) มาใช้อาจพิจารณานำการจัดเก็บภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรมาปรับใช้ โดยไม่จำเป็นต้องออกฏหมายเป็นการเฉพาะและไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขกฏหมายใดใด

กำหนดเพิ่มเติมให้พระราชบัญญัติปิโตรเลียม ให้การประกอบกิจการปิโตรเลียมไม่อยู่ภายใต้กฏหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนการขอสัมปทานและแบบสัมปทานควรต้องกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอสัมปทานไม่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้ง หรือมีสถานที่บริหารจัดการและควบคุมของบริษัทนั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่หรือดินแดนปลอดภาษีTax Haven Jurisdictionsมาใช้เป็นเงินทุนหรือใช้ในการดำเนินการในประเทศไทย ,การโอนข้อผูกพันในการสำรวจปิโตรเลียมระหว่างแปลงสำรวจ การคืนพื้นที่แปลงสำรวจ ตลอดจนการเข้าร่วมหรือโอนสัมปทาน จะต้องไม่มีผลกระทบอันเป็นนัยสำคัญต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ

ให้ยกเลิกการยกเว้นอากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนค่าภาษีหรือค่าธรรมเนียมทุกชนิดที่ต้องจ่ายให้แก่รัฐเสนอมาตรการป้องกันเลี่ยงภาษีต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีจากกิจการปิโตรเลียม ซึ่งเป้นธุรกิจข้ามชาติ เช่นการป้องกันราคาโอน

แก้ไขเพิ่มเติมกฏหมายเรื่องความเป็นเจ้าของปิโตรเลียมของรัฐให้มีความชัดเจนในมาตรา23เพิ่มเติมหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมต่อสาธารณะปรับปรุงอำนาจของคณะกรรมการปิโตรเลียมรัฐมนตรี อธิบดีให้สอดคล้องกับกฏหมายที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมแก้ไขเรื่องสิทธิในการถือสัมปทานไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีกำหนดให้รัฐสามารถใช้มาตรการบังคับเกี่ยวกับการค้าชำระค่าภาคหลวงภาษีอากรและเงินอย่างอื่น เพื่อบังคับต่อสิทธิสัมปทานนั้นได้ นอกเหนือจากการเพิกถอนสัมปทาน

,ทบทวนฐานการคำนวณเพื่อเสียค่าภาคหลวงและอัตราค่าภาคหลวงให้เกิดความเหมาะสมและประโยชน์สูงสุด , ผู้เข้าร่วมสัมปทานและผู้เข้าร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียม ต้องรับผิดต่อรัฐอย่างลูกหนี้ร่วมกันในการชำระค่าภาคหลวง ภาษีเงินได้และเงินอย่างอื่นทบทวนกฏหมายกรณีการลดจำนวนค่าภาคหลวง หรือค่าลดหย่อนค่าภาคหลวงให้เหลือเฉพาะเท่าที่จำเป็นให้การชำระค่าภาคหลวงและค่าภาษีเป็นเงินตราไทยและให้ทบทวนหลักเกณฑ์ผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษให้มีความเหมาะสมลดความยุ่งยากซับซ้อน