แนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง
ประเด็นการลงทุน
เมื่อวานนี้เราได้เข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์หลังประกาศงบของ KTC พบว่าบริษัทตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่อไว้ที่ 10% YoY และการเติบโตกำไรปี 2558 ไว้ที่ 10-15% เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น เราจึงปรับเพิ่มประมาณการเติบโตสินเชื่อปี 2558 ขึ้นเป็น 10% จากก่อนหน้าอยู่ที่ 8% ดังนั้น เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2558 ขึ้น 5% เป็น 2.1 พันล้านบาท เนื่องด้วยเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น เราปรับขึ้นราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ขึ้นจาก 88 บาท เป็น 97 บาท ซึ่งยังคงอ้างอิง justified PBV ที่ 2.90เท่า (คำนวณจากอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเฉลี่ยที่ 24%, อุตสาหกรรมโต 5% และ Ke ที่ 11.5%) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
เป้าการเติบโตสินเชื่อปี 2558 ที่ 10% หนุนโดยสินเชื่อส่วนบุคคล
ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่อปี 2558 ไว้ที่ 10% หลังจากที่ขยายตัว 7.4% YoY ในปี 2557 หนุนโดยสินเชื่อส่วนบุคคล โดย KTC ตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่อไว้ที่ 15% และเป้าการเติบโตสินเชื่อเครดิตการ์ดระหว่าง 5-10% พร้อมกันนี้ ณ สิ้นปี 2558 บริษัทวางแผนที่จะขยายฐานลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคลให้สูงขึ้น 146,000 รายเป็น 850,000 ราย และเพิ่มฐานลูกค้าบัตรเครดิต 400,000 บัตรรวมเป็น 2.2 ล้านบัตร ดังนั้น เราปรับเพิ่มประมาณการเติบโตสินเชื่อปี 2558 ขึ้นจาก 8% เป็น 10% เราตั้งสมมติฐานส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 23.5%
ประมาณการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯของเราสูงกว่าที่บริษัทคาด
KTC คาดว่าบริษัทมีแนวโน้มที่จะคงการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2558 ไว้ที่ประมาณเดิมกับปีก่อนหรือสูงกว่าการตั้งสำรองในปี 2557 เล็กน้อย โดย ณ สิ้นปี 2557 อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เท่ากับ 360% ของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ บริษัทคาดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมให้อยู่ใกล้เคียงกับปลายปี 2557 ที่ 2.4% โดยเราคงประมาณการว่าบริษัทจะตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯเพิ่มขึ้น 21% YoY เป็น 3.9 พันล้านบาท หาก KTC สำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ต่ำกว่าคาดจากประมาณการของเราหมายถึงอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2558
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิที่ต่ำ = ไม่ต้องเพิ่มทุน
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ ณ สิ้นปี 2557 อยู่ในระดับต่ำที่ 6.5 เท่า ดังนั้น KTC สามารถขยายการปล่อยสินเชื่อได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการพิ่มทุนอีกอย่างน้อย 2-3 ปี ให้สังเกตว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิสูงสุดตามเงื่อนไขเจ้าหนี้หุ้นกู้ของ KTC ถูกกำหนดให้ไม่เกิน 10เท่า เราไม่คาดว่า KTC จะทำการเพิ่มทุนในปีนี้หรือปีหน้า เราคาดอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 40% ทั้งสำหรับปี 2558 และปี 2559
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะสูงขึ้นในปี 2558 เนื่องจากบริษัทมองหาการสร้างธุรกิจ
หลังจากที่มีการเสนอโครงการปรับลดต้นทุนในปี 2556 และปี 2557 นั้น KTC วางแผนที่จะเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาด 1 พันล้านบาทในปี 2558 เพื่อสะท้อนการเติบโตสินเชื่อ และกระตุ้นยอดการใช้เครดิตการ์ดที่เพิ่มในกลุ่มลูกค้า นอกจากนี้ เราคาดว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะสูงขึ้น 10% ในปี 2558 เป็น 5.9 พันล้านบาท เราคาดสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ปี 2558 เป็น 48% ลดลงเล็กน้อยจากปีที่แล้วที่ 49.8%









