วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์รัฐตั้งเป้าสินเชื่อ3.7แสนล.

"แบงก์รัฐ" ขนาดใหญ่ 4 แห่ง คาดสินเชื่อเติบโตต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ ตั้งเป้าปล่อยกู้ใหม่ปีนี้กว่า 3.7 แสนลบ.

จากการรวบรวมเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ที่ได้ประกาศแผนการดำเนินงานในปี 2558 ของธนาคารรัฐ 4 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พบว่า ส่วนใหญ่มองภาพรวมสินเชื่อ ยังมีการเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ มีการตั้งเป้าสินเชื่อใหม่รวมกันกว่า 3.7 แสนล้านบาท โดย ธอส. ตั้งเป้าสินเชื่อไว้ที่ 1.47 แสนล้านบาท ออมสิน 1.07 แสนล้านบาท ธ.ก.ส. 7.67 หมื่นล้านบาท และเอสเอ็มอีแบงก์ 4 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากธนาคาร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ คณะกรรมการ (บอร์ด) ธ.ก.ส. ได้พิจารณาอนุมัติยุทธศาสตร์การดำเนินงานในช่วง 5 ปี (2558-2562) ซึ่งมี 6 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนแบบองค์รวม เพิ่มขีดความสามารถภาคการเกษตรรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) การพัฒนาบริการทางการเงินครบวงจร บริหารเงินทุนให้สมดุลและเพียงพอ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรรองรับเออีซี และยกระดับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ยังอนุมัติแผนธุรกิจและงบประมาณประจำปีบัญชี 2558 โดยมีแผนงานสำคัญหลายอย่าง ประกอบด้วย การพัฒนาคุณภาพชีวิตของลูกค้าให้ดีขึ้น 75% ตั้งเป้าการให้สินเชื่อใหม่ในปีนี้เพิ่มขึ้น 7.67 หมื่นล้านบาท มีเงินรับฝากเพิ่มขึ้น 6.5 หมื่นล้านบาท มีรายได้จากค่าบริการและค่าธรรมเนียม 4 พันล้านบาท มีอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่อสินทรัพย์รวมไม่เกิน 4% และมีสินทรัพย์รวม 1.46 ล้านล้านบาท
สำหรับงบประมาณในปีงบ 2558 นั้น ตั้งเป้างบประมาณดำเนินงานไว้ที่ 3.53 หมื่นล้านบาท แยกเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 3.03 หมื่นลานบาท และงบประมาณลงทุน 5 พันล้านบาท เป็นงบประมาณผูกพันจากปีบัญชี 2557 จำนวน 2.8 พันล้านบาท และงบประมาณการลงทุนในทรัพย์สินส่วนที่เพิ่มขึ้นมาใหม่จำนวน 2.16 พันล้านบาท
แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดยังได้รับทราบรายงานการปิดโครงการกองทุนช่วยเหลือชาวนาก่อนกำหนด คือวันที่ 30 ก.ย.2557 เนื่องจาก ธ.ก.ส.ได้รับการจัดสรรเงินจากกระทรวงการคลังแล้ว โดยผลการรับบริจาค ณ วันที่ 30 มิ.ย.มีเงินสมทบและบริจาครวม 1.42 หมื่นล้านบาท จ่ายเงินให้กับชาวนา 9.6 หมื่นราย เป็นเงิน 1.05 หมื่นล้านบาท ต่อมากองทุนช่วยเหลือชาวนาได้รับเงินคืนจากการระบายข้าวจำนวน 1.04 หมื่นล้านบาท และเงินจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีก 57.9 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 1.05 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้โครงการกองทุนช่วยเหลือชาวนาได้ปิดกองทุนเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2557 (ช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.2557 ผู้สมทบกองทุนแบบไม่มีผลตอบแทนและแบบมีผลตอบแทนบางรายมีความจำเป็นเป็นขอเงินคืนก่อนกำหนด) โดยมีเงินคงเหลือ 1.37 หมื่นล้านบาท
ส่วนเงินกองทุนช่วยเหลือชาวนาที่เป็นเงินบริจาคจำนวน 30.47 ล้านบาท นำไปบริษัทนี้ 2.1 กองทุนช่วยเหลือชาวนา (เงินบริจาค) จำนวน 30.47 ล้านบาท ได้นำไปบริจาคให้ 2 มูลนิธิ คือ มูลนิธิชัยพัฒนา 20 ล้านบาท และมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก จำนวน 10.47 ล้านบาท
ขณะที่ กองทุนช่วยเหลือชาวนา (แบบไม่มีผลตอบแทน) จำนวน 824.63 ล้านบาท และกองทุนช่วยเหลือ ชาวนา (แบบมีผลตอบแทน) จำนวน 1.28 หมื่นล้านบาท ได้โอนเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษของผู้สมทบ กองทุนฯ ทุกรายแล้ว และ ธ.ก.ส.ได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝาก "เงินฝากทุ่งรวงทอง" อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี ระยะเวลาฝาก 11 เดือน เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ฝากเงินด้วยแล้ว
"สรุปการดำเนินการกองทุนช่วยเหลือชาวนาได้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ของผู้ที่บริจาค สมทบกองทุนฯ คือได้ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนาอย่างแท้จริงในยามที่ประสบปัญหา วิกฤตในช่วงที่ผ่านมา"