(รายงาน) ส่งออกเกษตร-อุตสาหกรรมลด2.5% ส่งออกไปสหรัฐฯโตรอบ2ปี ตลาดหลักขยายตัว2.3%
กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออกในปี 2557 โดยติดลบ 0.41% ดีกว่าคาดการณ์ แต่มีรายละเอียดที่น่าสนใจ กล่าวคือ มูลค่าการส่งออก"ติดลบ" มาจากการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของไทยลดลง เนื่องมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก มีรายละเอียดดังนี้
มูลค่าการส่งออกของไทยเดือนธ.ค. กลับมาขยายตัวที่ 1.90% พร้อมกับการกลับมาขยายตัวในกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร โดยเฉพาะการส่งออกข้าวมีปริมาณส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งสินค้าอุตสาหกรรมมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปยังคงหดตัวสูงตามทิศทางของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของไทยหากไม่รวมน้ำมันสำเร็จรูป ขยายตัวที่ 3.4%
มูลค่าการส่งออกในเดือนธ.ค. 2557 มีมูลค่า 18,790 ดอลลาร์ ขยายตัว 1.90% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน และระยะ 12 เดือน (ม.ค. - ธ.ค. 2557) มีมูลค่า 227,574 ล้านดอลลาร์ หดตัว -0.41 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมูลค่าการส่งออกเดือนธ.ค.ธันวาคมไม่รวมน้ำมันสำเร็จรูป มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 17,862 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวที่ 3.4% โดยมีสัดส่วน 95.0% ของมูลค่าการส่งออกรวม ขณะที่การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป (มีสัดส่วน 5.0% ของมูลค่าการส่งออกรวม) หดตัว -20.4% ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากปริมาณน้ำมันที่ผลิตออกมามากเกินความต้องการ ของตลาดส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงประมาณ 25.0%
ด้านการนำเข้าเดือนธ.ค. 2557 มีมูลค่า 17,201 ล้านดอลลาร์ หดตัว -8.74% และระยะ 12 เดือน (ม.ค. - ธ.ค. 57) มีมูลค่า 227,952 ล้านดอลลาร์ หดตัว -8.97 ส่งผลให้ดุลการค้าระหว่างประเทศ เดือน ธ.ค. 2557 กลับมาเกินดุลการค้ารวม 1,589 ล้านดอลลาร์ รวมในระยะ 12 เดือน(ม.ค. - ธ.ค. 57) ไทยขาดดุลการค้ารวม 379 ล้านดอลลาร์
การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรกลับมาขยายตัว โดยการส่งออกข้าวมี ปริมาณส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องการส่งออกเดือนธ.ค. 2557 ในภาพรวมสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร กลับมาขยายตัวที่ 0.8% ตามการขยายตัวของการส่งออกสินค้าข้าว น้ำตาล อาหารทะเลแช่แข็ง และแปรรูป และไก่สดแช่แข็งและแปรรูป โดยเฉพาะข้าวมีอัตราขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 อยู่ที่ 67.0% มีปริมาณการส่งออกเดือนธ.ค. อยู่ที่ 1.4 ล้านตัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
รวมทั้งการส่งออกน้ำตาล ขยายตัวสูงถึง 96.1% ขยายตัวสูงในตลาดอาเซียนและจีนเนื่องจากอุปทานน้ำตาลในตลาดโลกลดลง จากปัญหาสภาพอากาศในประเทศบราซิลซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้หลายประเทศนำเข้าจากไทยมากขึ้น
ส่งออกเกษตร-อุตสาหกรรมลด2.5%
ในภาพรวมการส่งออกในช่วง 12 เดือน สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังคงหดตัว -2.5% จากการลดลงของสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ยางพารา อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป และน้ำตาล สาเหตุสำคัญมาจากราคาสินค้าเกษตรและราคาวัตถุดิบอาหารทะเลในตลาดโลกปรับตัวลดลง
ขณะที่การส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ภาพรวมขยายตัว 23.0% และ9.9% ตามลำดับโดยเฉพาะข้าว ในระยะ 12 เดือน มีปริมาณการส่งออก 11 ล้านตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากนโยบายการระบายข้าวของรัฐบาล ประกอบกับปัญหาสถานการณ์ภัยแล้งในหลายประเทศทำให้มีการนำเข้าข้าวเพื่อเก็บสต๊อกมากขึ้น
ในส่วนของมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมสะสมในช่วง 12 เดือน (ม.ค. - ธ.ค. 57) ยังขยายตัวอยู่ที่ 1.1% จากการขยายตัวของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติกเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เป็นต้น
ขณะที่สินค้า กลุ่มวัสดุก่อสร้างติดลบ -8.9 จากการลดลงของการส่งออกเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นสำคัญ เนื่องจากอุปทานเหล็กในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูงจากการสต๊อกเหล็กของจีน และการเร่งระบายเหล็กในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับราคาแร่เหล็กในตลาดโลกปรับตัวลดลง
ส่งออกไปสหรัฐฯโตรอบ2ปี
การส่งออกไปยังตลาดหลักกลับมาขยายตัวในเดือนธ.ค. 2557 นำโดยตลาดสหรัฐที่มี อัตราขยายตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ตลาดอาเซียนและจีน หดตัวตามการส่งออกสินค้าน้ำมันสำเร็จรูปและยางพารา การส่งออกเดือนธ.ค. 2557 ไปยังตลาดหลักกลับมาขยายตัว โดย ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป กลับมาขยายตัวที่ 5.9% และ 1.4% ตามลำดับ
การส่งออกไปตลาดสหรัฐอเมริกา มีสัญญาณการฟื้นตัวดีต่อเนื่อง ขยายตัว 13.2% เป็นอัตราขยายตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี (ม.ค.2556) จากปัจจัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ขณะที่การส่งออกไป จีน และอาเซียนหดตัว -18.8% และ -0.6% ตามลำดับ ตามการส่งออกยางพาราที่ยังหดตัวต่อเนื่อง และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงส่งผลให้มูลค่าการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปหดตัวตาม ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจจีนที่มีสัญญาณชะลอตัว โดยการนำเข้ารวมของจีนเดือนธ.ค. หดตัว -2.3% สะท้อนอุปสงค์ในประเทศจีน ยังอ่อนแอ
สินค้าที่ขยายตัวสูงได้แก่ ข้าว เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ฯ รวมทั้งกลุ่ม CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์และเวียดนาม ขยายตัว 3.2% โดยเฉพาะภาพรวมการค้าชายแดนและผ่านแดน ซึ่งมีมูลค่าการค้าเติบโตต่อเนื่อง รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ตลาดหลักขยายตัว2.3%
ภาพรวมมูลค่าการส่งออกในระยะ 12 เดือนกลุ่มตลาดหลักขยายตัว 2.3% มีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 29.3% เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 28.6%
ตลาดสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป(15) ขยายตัว 4.1% และ 4.7% ตามลำดับ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกาที่ขยายตัวตลอดช่วงไตรมาส 1- 4 ของปี 2557 ตามสัญญาณ การขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะที่ตลาดญี่ปุ่น ติดลบ -1.9% จากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศและการชะลอการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนภายหลังการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ส่วนกลุ่มตลาดศักยภาพสูงภาพรวมปี 2557 หดตัว -1.5% มีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 49.9% ลดลงจากปี 2556 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 50.4% โดยตลาดจีนติดลบ -7.9% เนื่องจากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในประเทศ ลดการพึ่งพิงการค้าระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับ ฮ่องกงและเกาหลีใต้ที่หดตัว -4.4% และ -1.5% ตามลำดับ
ขณะที่ตลาดอาเซียน(9) ขยายตัว 0.2% ยังมีทิศทางการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปัจจัยฉุดรั้งการส่งออกจากราคาพลังงานและราคาสินค้าเกษตร
การค้าชายแดนเพิ่มขึ้น6.9%
การค้าของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านช่องทางการค้าชายแดนและผ่านแดนขยายตัวต่อเนื่อง มีสัดส่วนคิดเป็น 7.7% ของมูลค่าการค้ารวมของไทย
มูลค่าการค้า ชายแดน (มาเลเซีย เมียนมาร์ สปป.ลาว กัมพูชา) ในเดือนธ.ค. 2557 มีมูลค่า 87,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% และทั้งปี 2557 (ม.ค. - ธ.ค.) มีมูลค่า 987,572 ล้านบาท ขยายตัว 6.9% โดยไทยทำการค้าชายแดนกับมาเลเซียสูงที่สุดมีสัดส่วนเป็น 51.4% ของการค้าชายแดนรวม ขยายตัว1.3% (AoA)รองลงมา ได้แก่ เมียนมาร์ สปป.ลาว และกัมพูชา









