ยูนิลีเวอร์เผย บริษัทมีกำไรไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่คาดกันไว้ เช่นเดียวกับผลกำไรตลอดทั้งปีที่แล้ว
ยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าอุปโภคบริโภคโลก ยูนิลีเวอร์ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว บริษัทมียอดขายพื้นฐาน ไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน การเข้าถือครองกิจการ หรือการขายสินทรัพย์ต่างๆ เพิ่มขึ้น 2.1% น้อยกว่าที่บรรดานักวิเคราะห์คาดไว้ว่า จะเพิ่มขึ้น 2.6%
ขณะที่การเติบโตของยอดขายพื้นฐานตลอดทั้งปีที่่ผ่านมา อยู่ที่ 2.9% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 3.1% โดยในปี 2557 ยูนิลีเวอร์ต้องเจอกับผลประกอบการที่ซบเซาอย่างมากในตลาดเกิดใหม่ ที่ทำให้รายได้ในไตรมาส 3 ของบริษัท ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี
ยักษ์ใหญ่รายนี้ ระบุด่วยว่า การเติบโตในตลาดเกิดใหม่ยังคงอยู่ในภาวะซบเซา เนื่องจากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อความต้องการของผู้บริโภค ขณะที่ยอดขายในตลาดพัฒนาแล้ว ก็แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่การปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในตลาดอเมริกาเหนือ ช่วยชดเชยกับยอดขายที่หดตัวลงในตลาดยุโรป
แม้ยอดขายจะไม่ตรงตามที่คาดการณ์ไว้ แต่ยูนิลีเวอร์สามารถทำผลกำไรจากการดำเนินงานในธุรกิจหลัก ตลอดทั้งปี 2557 ที่ 7,020 ล้านยูโร เหนือกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 6,900 ล้านยูโร เล็กน้อย โดยได้อานิสงส์จากการดำเนินมาตรการลดค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ ยูนิลีเวอร์มียอดขายมากกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัทมาจากตลาดเกิดใหม่ ซึ่งสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลง อย่าง การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ภาวะซบเซาในบราซิล และรัสเซียโดนชาติตะวันตกคว่ำบาตรนั้น ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินงานบริษัท
ความท้าทายดังกล่าว ส่งผลให้ยักษ์ใหญ่รายนี้ ต้องหันมาหาทางลดค่าใช้จ่ายลง โดยเมื่อปีที่แล้ว ยูนิลีเวอร์ปลดพนักงานไป 1,400 คน พร้อมลดจำนวนสินค้าประเภทต่างๆ ของบริษัทลงมาอย่างมาก นอกเหนือจากการขายทิ้งกิจการที่ไม่ทำกำไร โดยเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทเพิ่งขายทิ้งแบรนด์ต่างๆ ไปจำนวนหนึ่ง รวมถึง สลิมฟาสต์ แบรนด์ซอสพาสต้า เบอร์โทลลิ เนยถั่วสคิปปี และน้ำสลัด วิชโบน
เมื่อเดือนที่แล้ว ยูนิลีเวอร์ ยังประกาศจัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ฟื้นฟูกิจการที่มีผลประกอบการซบเซา การเคลื่อนไหวที่นักวิเคราะห์มองว่า น่าจะปูทางไปสู่การขายกิจการ หรือแตกกิจการ แต่บริษัทปฏิเสธในเรื่องนี้









