"ออฟฟิศเมท" คาดธุรกิจสัดส่วนรายได้ออนไลน์โต 60% หลังรุกตลาดเต็มที่ พร้อมต่อยอดทำธุรกิจโลจิสติกส์
ให้ผู้ประกอบการออนไลน์ เชื่อปีหน้าโตไม่ต่ำกว่า 15% จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและเปืดสาขาใหม่อีก 16 แห่ง ขณะที่ปีนี้รายได้โต 10% ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ หลังไตรมาส 3 ยอดขายฟื้นตัวน้อยกว่าคาด และมีค่าใช้จ่ายจากการลงทุนด้านออนไลน์
นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออฟฟิศเมท จำกัด (มหาชน) หรือ OFM เปิดเผยว่า บริษัทจะเน้นขยายธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากธุรกิจออนไลน์ จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจออนไลน์ปีหน้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 60% ซึ่งในปีนี้บริษัทได้ลงทุนในเรื่องของเทคโนโลยี ระบบฐานข้อมูล และบุคลากรไปเป็นจำนวนมาก
"สำหรับธุรกิจออนไลน์ในช่วง 2-3 ปีแรกนี้ จะยังคงมีผลขาดทุนอยู่ เนื่องจากบริษัทต้องลงทุนปรับเปลี่ยนโครงสร้างต่างๆ ซึ่งปัญหาสำคัญสำหรับบริษัทอยู่ที่การเพิ่มปริมาณของจำนวนคนซึ่งเข้ามาในเว็บและตัดสินใจซื้อสินค้า ปัจจุบันอยู่ที่เพียง 0.6-0.7% จากจำนวนผู้เข้าชมเว็บทั้งหมด ในช่วงแรกธุรกิจออนไลน์จะช่วยให้ยอดขาย และส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้บริษัทจะมีผลขาดทุนจากธุรกิจออนไลน์ในช่วงต้น ผลประกอบการโดยรวมจะยังสามารถเติบโตได้เป็นเลขสองหลัก" นายวรวุฒิ กล่าว
ขณะที่ในปีหน้าบริษัทจะเริ่มบุกธุรกิจโลจิสติกส์ โดยจะเป็นการรับ-ส่งสินค้าให้กับผู้ประกอบการออนไลน์ทั่วประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทโดยทันที หลังจากที่เตรียมแผนธุรกิจไว้พร้อมแล้ว เนื่องจากมีฐานลูกค้าอยู่หลายแห่ง สำหรับการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ บริษัทเตรียมเปิดสาขาที่เวียดนามในช่วงปลายปี 2558 เป็นแห่งแรก และหลังจากนั้นจะเข้าไปเปิดสาขาที่อินโดนีเซียเป็นประเทศถัดไป ทั้งนี้ รวมถึงการเปิดช่องทางการขายแบบออนไลน์ด้วย
"ส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการเริ่มลงทุนกับธุรกิจเทคโนโลยีรายย่อย (เวนเจอร์ แคปปิตัล) เพื่อนำธุรกิจเหล่านี้มาสนับสนุนธุรกิจออนไลน์ของบริษัท ให้มีความทันสมัยและสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งในอนาคตอาจจะเห็นบริษัทเข้าไปลงทุนในธุรกิจย่อยๆ เหล่านี้เป็นสิบๆ บริษัท" นายวรวุฒิ กล่าว
บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีหน้าเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 15% จากปีนี้ที่คาดรายได้โตแค่ 10% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้โต 12-13% เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงครึ่งปีแรก ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวมาจนถึงช่วงไตรมาส 3 ประกอบกับยอดขายบางสาขาปรับตัวลดลง รวมถึงมีค่าใช้จ่ายจากการลงทุนพัฒนาธุรกิจออนไลน์ในปีนี้ จึงส่งผลทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตไม่เป็นไปเป้าหมายที่วางไว้
ขณะที่ในส่วนของร้านบีทูเอสจะเติบโตได้ประมาณ 7-8% แต่อัตรากำไรจะเพิ่มมากขึ้น หลังเริ่มมีการเติบโตได้ค่อนข้างดีหลังจากที่บริษัทมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าในร้านใหม่ ในขณะเดียวกันบริษัทจะกระตุ้นตลาดออนไลน์มากขึ้น โดยตั้งเป้ามีรายได้จากตลาดออนไลน์ 800 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทตั้งงบลงทุนปีหน้าไว้ประมาณ 400-500 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายสาขาของออฟฟิศเมท และสาขาของร้านบีทูเอส 16 สาขา ประมาณ 50% ส่วนที่เหลือใช้ในการปรับปรุงสาขาเดิมและขยายตลาดสินค้าออนไลน์ ทั้งด้านระบบ และเพิ่มจำนวนสินค้าใหม่ๆ เข้าไป โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะมีจำนวนสินค้าทั้งหมด 135,000 รายการ จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 5 หมื่นรายการ









