ช่อง 8 ทีวีดิจิทัลเติบโตก้าวกระโดด
เตรียมปรับขึ้นค่าโฆษณา 5 เท่า
ผู้บริหาร RS มีมุมมอง Aggressive ต่อการเติบโตจากธุรกิจทีวีดิจิทัล เตรียมปรับขึ้นค่าโฆษณา (เฉลี่ยทั้งวัน) เป็น 5 หมื่นบาท/นาที จาก 1 หมื่นบาท/นาที ตั้งแต่เดือน ม.ค.58 ตามเรทติ้งรายการที่เพิ่มสูงขึ้นหลังออกอากาศบนแพล็ทฟอร์มทีวีดิจิทัลและมีรายการยอดนิยมหลายรายการ แต่เรากังวลต่อภาวะการแข่งขันที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหลังจากช่องทีวีดิจิทัลต่างๆ มีแผนทยอยลง Killer Content โดยเฉพาะช่อง 3 และ GRAMMY อีกทั้งยังไม่มีการสำรวจเรทติ้งทีวีดิจิทัลอย่างเป็นทางการ เราจึงประมาณการอัตราค่าโฆษณาช่อง 8 ทีวีดิจิทัลในปี 2558 อยู่ที่เพียง 2.8 หมื่นบาท/นาที เพิ่มขึ้น 70% YoY ทำให้รายได้ค่าโฆษณาช่อง 8 ทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 พันล้านบาท จากปี 2557 คาดอยู่ที่ 800 ล้านบาท
เปลี่ยนนโยบายบัญชีตัดค่าประมูลทีวีดิจิทัลเป็นเส้นตรง
จากแนวโน้มการเติบโตโดดเด่นทำให้ RS เปลี่ยนนโยบายบัญชีการตัดค่าประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลเป็นเส้นตรงจากเดิมตัดตามประมาณการรายได้ ซึ่งจะทำให้ค่าตัดจำหน่ายในช่วงปีแรกๆ สูงขึ้นจากประมาณการเดิมราว 50-100 ล้านบาท/ปี โดยค่าตัดจำหน่ายตามวิธีเส้นตรงจะอยู่ที่ 151 ล้านบาทตลอดอายุ 15 ปี ในขณะที่ตามวิธีประมาณการรายได้จะอยู่ที่ราว 50-100 ล้านบาท ในช่วง 4 ปีแรก ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 150-200 ล้านบาท ในช่วงที่เหลือ อย่างไรก็ตาม ไม่มีนัยยะต่อประมาณการกำไรของเราเพราะรายได้ค่าโฆษณาช่อง 8 ที่สูงกว่าคาดช่วยชดเชยค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น และไม่มีนัยยะต่อมูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด
ปรับเพิ่มประมาณการรายได้ช่อง 8 ขึ้น 27%
แม้เราจะไม่ Aggressive ต่อการเติบโตของทีวีดิจิทัลช่อง 8 เท่ากับผู้บริหาร RS แต่อย่างไรก็ดี เราปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราค่าโฆษณาช่อง 8 ทีวีดิจิทัลปี 2558 ขึ้นเป็น 2.8 หมื่นบาท/นาที จากเดิม 2.5 หมื่นบาท/นาที และปรับเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาเพิ่มขึ้นเป็น 56% จากเดิมคาด 50% ทำให้รายได้ค่าโฆษณาช่อง 8 ทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้นจากเดิม 27% เป็น 1.4 พันล้านบาท เติบโต 70% YoY และคาดมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ราว 468 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 2557 อยู่ที่ราว 210 ล้านบาท ซึ่งการปรับฐานอัตราค่าโฆษณาขึ้นส่งผลต่อประมาณการในระยะยาวทำให้มูลค่าเหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 15.10 บาท (จากเดิม 11.20 บาท)
ต้นทุนลิขสิทธิ์บอลลาลีกาเป็นปัจจัยเสี่ยง
ผู้บริหาร RS ระบุการแจกคูปองทีวีดิจิทัลในเดือน ต.ค.57 ส่งผลให้ยอดจำหน่ายกล่อง Sunbox ชะลอตัวลงจากก่อนหน้านี้ได้แรงหนุนจากการเป็นพันธมิตรกับ CTH ทำให้ยอดเติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวจากปกติ ทำให้เรามีมุมมองระมัดระวังมากขึ้นต่อการประมาณการการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลลาลีกาในช่วงที่เหลืออีก 3 ไตรมาส (4Q57-2Q58) ซึ่งมีต้นทุนการดำเนินงานรวมอยู่ที่ราว 280 ล้านบาท เราจึงปรับลดประมาณการกำไรขั้นต้นจากธุรกิจบริหารลิขสิทธ์รายการกีฬาปี 58 ลงเป็นติดลบ 61 ล้านบาท จากเดิมคาดติดลบ 9 ล้านบาท ภายใต้สมมติฐานยอดขายกล่อง Sunbox อยู่ที่ 5 หมื่นกล่องในปี 2558 คิดเป็นยอดขายราว 30 ล้านบาท และมีรายได้จากสปอนเซอร์ราว 120 ล้านบาท









