วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตรวจเข้มห้ามปรับขึ้นราคาข้าวแกง

กรมการค้าภายใน กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาข้าวแกงเกินจริง หลังรัฐบาลเล็งปรับขึ้นแอลพีจี

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า การดูแลราคาอาหารจานด่วน และราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคนั้น ทางกรมฯ ได้มีติดตามแบบรายวัน เพราะได้นำเข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าอ่อนไหว โดยเบื้องต้น ยังไม่พบการปรับราคาที่ผิดปกติ แต่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ และค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศออกตรวจสอบร้านจำหน่ายอาหาร และร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการหนูณิชย์ พาชิมที่จำหน่ายต่อจานละ 25-35 บาทมีการฉวยโอกาสปรับราคาเกินจริงหรือไม่

“ผู้ประกอบการจะอ้างราคาก๊าซหุงต้มที่สูงขึ้นมาเป็นเหตุผลปรับราคาอาหารและสินค้าไม่ได้เด็ดขาด จากการวิเคราะห์ต้นทุนพบว่าแอลพีจีที่ปรับขึ้นทุกๆ 1 บาทต่อกิโลกรัม จะกระทบต่อราคาต้นทุนต่อจานเพิ่มขึ้นไม่เกิน 3 สตางค์ และการปรับราคาที่ผ่านมาที่ 4.50 บาทต่อ กก. กระทบต่อต้นทุนต่อจานเพียง 20 สตางค์เท่านั้น หากประชาชนพบเห็นการเอารัดเอาเปรียบปรับราคาอาหารและสินค้าใดๆโดยไม่มีเหตุผลแจ้งต่อสายด่วน กรมการค้าภายในได้ที่ 1569 มีโทษทางกฏหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”นายบุญยฤทธิ์ กล่าว

นายชิษณุพงษ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) กล่าวว่า สมาคมฯ จะทำหนังสือถึงกระทรวงพลังงานสอบถามว่าจะปรับขึ้นราคาสุดท้ายเท่าใด เพราะแนวโน้มจะทยอยขึ้นเดือนละ 50 สตางค์/กิโลกรัม แต่ไม่รู้ว่าราคาสุดท้ายจะปรับขึ้นเป็นเท่าใด เพราะเดิมรัฐบาลที่แล้วกำหนดราคาจะปรับขึ้นเป็น 24.83 บาท/กิโลกรัม โดยในขณะนี้ลูกค่าไต่ถามมามาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ใช้ราคาก๊าซฯครัวเรือน เพราะหากไม่ทราบราคาสุดท้าย ก็จะไม่สามารถคำนวณต้นทุนราคาสินค้าที่จำหน่ายได้ เพราะที่ผ่านมารับทราบว่าราคาที่จะขยับจะเป็นราคาสะท้อนต้นทุนทั้งในประเทศและการนำเข้า ที่ทราบว่าราคาอาจอยู่ประมาณ 25-27 บาท/กิโลกรัมเท่านั้น

ทั้งนี้ ราคาแอลพีจีในปัจจุบันราคาขายภาคครัวเรือน และภาคขนส่ง ราคาเท่ากันที่ 22.63 บาท/กก. ส่วนภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 25.37 บาท/กก. โดยกระทรวงพลังงานจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)ในเดือน พ.ย.นี้ เพื่อขอปรับขึ้นราคาแอลพีจีที่สะท้อนต้นทุนเฉลี่ย คาดจะมีผลในเดือนธันวาคม 2557