คาดกำไรหลักไตรมาส 3/57 แข็งแกร่ง แต่ขาดทุนจากสต็อกน้ำมันจะกดดันกำไรสุทธิให้ลดลง
ประเด็นการลงทุน
แผนการขายหุ้นของ PTT ยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล นอกจากนี้เรายังมีความกังวลต่อความเสี่ยงจากแผนการเพิ่มการลงทุนในธุรกิจ E&P ของ BCP รวมถึง ความเสี่ยงขาลงของกำไรปี 2557 จากราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัว ในขณะที่ ค่าการกลั่นในปีหน้าคาดอยู่ในวัฏจักรขาลงจะกดดันให้อัพไซด์ราคาหุ้นมีอย่างจำกัด ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ ถือ
เราปรับเป้าหมายระยะเวลาในการลงทุนเป็น ณ สิ้นปี 2558 อีกทั้งเปลี่ยนมาใช้วิธี SOTP ในการคำนวณมูลค่าหุ้น (PER สำหรับธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดค้าปลีก และวิธี DCF สำหรับหามูลค่าธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์) จากเดิมใช้วิธี DCF ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมในการคำนวณหามูลค่าหุ้นในช่วงที่ธุรกิจโรงกลั่นอยู่ในวัฏจักรขาลง โดยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ของเราอยู่ที่ 33 บาท—27 บาท สำหรับธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดค้าปลีก (อ้างอิง PER ณ สิ้นปี 2558 ที่ 10เท่า (ค่าเฉลี่ยระยะยาว)) และราคาเป้าหมายที่ 6 บาทสำหรับธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ราคาหุ้นในปัจจุบันสะท้อน PER ณ สิ้นปี 2558 ที่ 11เท่า สำหรับธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดค้าปลีก ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 10%
ขาดทุนสินค้าคงคลังจำนวนมากจะกดดันกำไรไตรมาส 3/57
เราคาด BCP จะรายงานกำไรหลักไตรมาส 3/57 ที่ 1,623 ล้านบาท สูงขึ้น 901% YoY และ 187% QoQ จากปัจจัยดังต่อไปนี้ 1) ค่าการกลั่นตลาดที่สูงขึ้น (สูงขึ้น 27% YoY และ 23% QoQ เป็น 6.0 เหรียญต่อบาร์เรล), 2) อัตราการใช้กำลังการกลั่นสูงขึ้น (สูงขึ้น 25% QoQ (ลดลง 5% YoY) เป็น 97 KBD, 3) ค่าการตลาดค้าปลีกเพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 34% YoY (ลดลง 11% QoQ) เป็น 0.71 บาทต่อลิตร) และ 4) ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สูงขึ้น เนื่องจากโซล่าร์ ฟาร์ม เฟส 3 ได้เริ่มดำเนินงานแล้วในไตรมาส 2/57 และเริ่มดำเนินงานเต็มไตรมาสในไตรมาส 3/57 ให้สังเกตว่าโรงกลั่นหยุดซ่อมบำรุงเป็นเวลา 46 วันในไตรมาส 2/57
แม้กำไรหลักคาดจะสูงขึ้น QoQ และ YoY แต่เราคาดว่าบริษัทจะรายงานกำไรสุทธิลดลง YoY และ QoQ ในไตรมาส 3/57 เนื่องจากการขาดทุนจากสต็อกน้ำมันจำนวนมากที่ประมาณ 1,291 ล้านบาท นอกจากนี้ BCP มีแนวโน้มที่จะบันทึกกำไรจาก oil hedging ที่ 166 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 16 ล้านบาท ซึ่งจะชดเชยผลกระทบจากการขาดทุนจากสต็อกน้ำมันได้บางส่วน เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/57 ที่ 515 ล้านบาท ลดลง 62% YoY และ 59% QoQ
กำไรหลักไตรมาส 4/57 คาดปรับตัวสูงขึ้นจากอัตราการใช้กำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น
เนื่องจากบริษัทยังคงอัตราการกลั่นเฉลี่ยปี 2557 ไว้ที่ 90-94KBD ดังนั้นเราคาดอัตราการกลั่นในไตรมาส 4/57 จะสูงขึ้น 9% YoY และ 13% QoQ เป็น 110 KBD และปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกันนี้ค่าการกลั่นตลาดคาดสูงขึ้น YoY และยังคงทรงตัวอย่างต่อเนื่อง QoQ หนุนโดยอุปทานในช่วงไฮซีซั่นในช่วงฤดูหนาว (แม้สิ้นสุดฤดูขับขี่ของสหรัฐฯแล้วก็ตาม)
นอกจากนี้ เราคาดค่าการตลาดค้าปลีกจะสูงขึ้น YoY (และคงที่ QoQ) หนุนโดยค่าการกลั่นอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น
แม้กำไรหลักคาดว่าจะแข็งแกร่ง แต่ก็มีความเสี่ยงขาลงต่อกำไรสุทธิไตรมาส 4/57 ของ BCP อย่างมีนัยสำคัญจากการขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ถ้าหากราคาน้ำมันดิบของดูไบเฉลี่ยในไตรมาส 4/57 อยู่ที่ 85 เหรียญต่อบาร์เรล ในเบื้องต้นเราคาด BCP จะขาดทุนจากสต็อกน้ำมันประมาณ 5 พันล้านบาทสำหรับในไตรมาสนี้









