วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

LH - ซื้อ

เตรียมรายงานยอดจองซื้อทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 3/57; คาดกำไรหลักไตรมาส 4/57 ทำสถิติสูงสุดใหม่

ประเด็นการลงทุน

LH จะบรรลุเป้าหมายแผนธุรกิจปี 2557 (ตั้งเป้ายอดจองซื้อ 3.2 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้ารายได้โครงการที่อยู่อาศัย (อสังหาฯ) ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายจะดีกว่าที่บริษัทเคยคาดไว้ในแผนเดิม) เราคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 12.20 บาท (อ้างอิงจากวิธี SOTP) เพิ่มขึ้นจาก 12 บาท เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไร ทั้งนี้อ้างอิงจากระดับ PER ที่ 20 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-56 อยู่ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และรวมกับสินทรัพย์จากการลงทุนตามมูลค่าตลาดที่ 3.3 บาทต่อหุ้น LH มีระดับซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2558 ที่ 16.0 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยปี 2549-53

ปรับเพิ่มประมาณการกำไร

เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักของเราขึ้น 3% สำหรับทั้งปี 2557 และ 2558 เพื่อสะท้อนสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายที่เพิ่มสูงขึ้น (จาก 35.5% เป็น 36.1% สำหรับปี 2557 และจาก 35.4% เป็น 35.9% สำหรับปี 2558) LH สามารถรายงานอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายได้ถึง 36.1% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 (เพิ่มขึ้น 0.6% YoY) ซึ่งสูงกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้านี้ (ทรงตัว YoY) บริษัทจะสามรถรายงานรายได้จากโครงการที่อยู่อาศัย (อสังหาฯ) สำหรับปี 2557 ได้ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 10% ทั้งนี้โมเดลของเราแสดงให้เห็นว่ากำไรหลักจะทำสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2557 (เพิ่มขึ้น 11% YoY) และทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งในปี 2558 (เติบโต 13% YoY)

ยอดจองรวม 1 พันล้านบาท สำหรับการเปิดตัว 3 คอนโดใหม่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา LH ได้เปิดตัวคอนโดใหม่ 3 โครงการอย่างไม่เป็นทางการแก่ลูกค้าเก่าของบริษัท (รายละเอียดแสดงในตารางที่ 12) ได้แก่ The Key เจริญราษฎร์ (เปิดจองเพียง 25% ของมูลค่าโครงการ 3 พันล้านบาท) The Room เจริญกรุง (เกิดจอง 50% ของมูลค่าโครงการ 2 พันล้านบาท) และ The Room สาทร 11 (เปิดจอง 50% ของมูลค่าโครงการ 1.9 พันล้านบาท) ทั้งนี้ยอดจองซื้อรวม 1พันล้านบาท เป็นไปตามที่ LH ตั้งเป้าไว้ โดยหมายถึงอัตราการจองซื้อที่ 15% ของมูลค่าโครงการรวมทั้งหมด และคิดเป็น 37% ของมูลค่าในส่วนที่เปิดตัวให้จองในช่วงแรก LH คาดว่าจะมียอดจองซื้อเพิ่มขึ้นอีก 1 พันล้านบาทจากการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 ต.ค. ทั้งนี้โครงการ The Room สาทร 11 จะเริ่มโอนในปี 2559 และอีก 2 คอนโดที่เหลือจะโอนในปี 2560

คาดรายงานยอดจองซื้อทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 3/57

เราคาดว่าบริษัทจะสามารถรายงานยอดจองซื้อทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 3/57 (สถิติสูงสุดเดิมอยู่ที่ 9.9 พันล้านบาท ในไตรมาส 3/56) เพิ่มขึ้น 1% YoY และ 13% QoQ ยอดจองซื้อสำหรับโครงการบ้านเดี่ยวจะเพิ่มสูงขึ้น 8% YoY มาอยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท

นอกจากนี้ยอดจองซื้อคอนโดน่าจะอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท เติบโต 43% QoQ หนุนโดยการเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จของโครงการ 333 Riverside (มีอัตราการจองซื้ออยู่ที่ 70% ของมูลค่าโครงการรวม 7 พันล้านบาท) ทั้งนี้มีแนวโน้มที่บริษัทจะรายงานยอดจองซื้อสำหรับปี 2557 ได้ตามเป้าหมายที่ 3.2 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6%) โดยยอดจองซื้อในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557 คิดเป็น 80% ของเป้าหมายทั้งปี

มองข้ามกำไรหลักอ่อนตัวในไตรมาส 3/57 โดยคาดจะทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4/57

เราคาดว่า LH จะรายงานกำไรหลักไตรมาส 3/57 ทรงตัว YoY และลดลง QoQ (กำไรหลักทำสถิติสูงสุดไปแล้วในไตรมาส 2/57 และไม่มีโครงการคอนโดใหม่เริ่มโอนในไตรมาส 3/57) กำไรสุทธิไตรมาส 3/57 จะปรับตัวลดลง YoY เนื่องจากกำไรพิเศษสุทธิจากการขายที่ดินในไตรมาส 3/56 จำนวน 160 ล้านบาท (คาดว่าจะไม่มีกำไรในส่วนนี้ในไตรมาส 3/57) ในขณะนี้เรามองข้ามประเด็นกำไรที่อ่อนแอในไตรมาส 3/57 ไปแล้ว และคาดว่ากำไรหลักจะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ในไตรมาส 4/57 (คาดการณ์ไว้ที่ 2 พัน้ลานบาท เพิ่มขึ้น 26% YoY และ 18% QoQ) โดยในไตรมาส 4/57 เราคาดว่ายอดขายโครงการแนวราบที่แข็งแกร่งรวมถึงการเริ่มโอนคอนโดขนาดใหญ่ 2 โครงการ ได้แก่ The Room สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ (มูลค่าโครงการ 1.6 พันล้านบาท จองเต็มแล้ว) และคอนโดวันเวลา เขาเต่า (มูลค่าโครงการ 2.7 พันล้านบาท จองแล้ว 65%) นอกจากนี้ยังมีคอนโขนาดเล็กอีก 2 โครงการ (North 4 และ North 5 มูลค่าโครงการละ 160 ล้านบาท) จะเริ่มโอนในไตรมาส 4/57 เช่นเดียวกัน