"ซิโนเปค"เริ่มแสวงหานักลงทุนเข้ามาลงทุนในหน่วยงานใหม่ ที่บริหารปั๊มน้ำมันจำนวนกว่า 3 หมื่นแห่ง
บรรดาบริษัทรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของจีน รวมถึง ไชนา ปิโตรเลียม แอนด์ เคมีคัล หรือ ซิโนเปค เริ่มแสวงหานักลงทุนเข้ามาลงทุนในหน่วยงานใหม่ ที่บริหารปั๊มน้ำมันจำนวนกว่า 3 หมื่นแห่ง และร้านสะดวกซื้อ 23,000 แห่ง ในย่านทำเลทองของประเทศ
แหล่งข่าววงในเผยว่า บริษัทและบริษัทร่วมทุน 37 แห่ง รวมถึง เทนเซนต์ โฮลดิ้ง จำกัด บริษัทวางระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตของจีน และบริษัทวายเอชดี ดอท คอม ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซในเครือวอล มาร์ท สนใจลงทุนในครั้งนี้เช่นกัน โดยซิโนเปค กำลังขายหุ้นมากถึง 30% ในหน่วยงานชื่อ ซิโนเปค เซลส์ โค ซึ่งมีมูลค่าทางการตลาดอยู่ที่ 56,000 ล้านดอลลาร์
ประธานของซิโนเปค นายฟู่ เฉิงยู่ เผยว่า นักลงทุนที่มีศักยภาพบางบริษัท เช่น เทนเซนต์ ได้ลงนามข้อตกลง เพื่อเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับหน่วยงานดังกล่าวของบริษัทแล้ว ซึ่งบรรดาหุ้นส่วนเหล่านี้ จะได้รับการพิจารณาเป็นอันดับต้นๆให้เข้ามาลงทุนในซิโนเปค เซลส์ โค นอกจากนี้ บริษัทจะตอบแทนด้วยการเสนอตำแหน่งในบอร์ดบริหารให้กับนักลงทุนรายใหญ่จำนวนหนึ่งอีกด้วย
นายเฉิงยู่ บอกด้วยว่า ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของนักลงทุน ซึ่งบริษัทจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ ในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้
การที่รัฐบาลอนุญาตให้นักลงทุนเอกชนเข้ามาถือหุ้นในซิโนเปคได้ แม้จะมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย แต่ถือเป็นก้าวย่างสำคัญของจีน ที่ต้องการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้แข่งขันได้ในตลาดโลก หลังจากนักเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่ง ออกรายงานเตือนว่า รัฐวิสาหกิจของจีน กำลังเสี่ยงที่จะเผชิญหน้าปัญหารายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว รัฐบาลจีน ประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการยกเครื่องรัฐวิสาหกิจ พร้อมทั้งเลือกรัฐวิสาหกิจ เพื่อจัดทำโครงการนำร่อง ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยอนุญาตให้นักลงทุนเอกชนเข้ามาลงทุนในบริษัทรัฐวิสาหกิจชั้นนำได้ เพื่อปรับปรุงการบริหารงาน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนมองว่า การเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนในครั้งนี้ มีสาเหตุจากการที่รัฐบาลปักกิ่ง พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้บริษัทต่างชาติ เข้ามาถือหุ้นในบริษัทรัฐวิสาหกิจของจีนเท่านั้น
ซิโนเปค มั่นใจว่า การลงทุนครั้งนี้ จะช่วยฟื้นฟูกิจการธุรกิจร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันของ ซิโนเปค เซลส์ ที่มีสัดส่วนรายได้เพียง 1% เท่านั้น โดยที่เหลือ เป็นกำไรจากการขายน้ำมัน และยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับบริษัทต่างชาติ ที่ร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมันสามารถทำรายได้ถึง 50% และการเพิ่มศักยภาพของร้านสะดวกซื้อเหล่านี้ จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในภาพรวมดีขึ้น
นักวิเคราะห์ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การลงทุนครั้งนี้ เป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจของเทนเซนต์ เนื่องจากบริษัท เป็นผู้ให้บริการแอพพลิเคชันแชทที่ชาวจีนนิยมสูงสุด และมีระบบจ่ายเงินออนไลน์ ทั้งยังถือหุ้นใน เจดี ดอท คอม อีคอมเมิร์ซรายหนึ่งในจีน
ในอนาคต ผู้บริโภคสามรถจ่ายเงินค่าแก๊ซและน้ำมันออนไลน์ได้จากแอพพลิเคชันทางโทรศัพท์ และสามารถแลกเป็นแต้มสะสมคะแนน เพื่อซื้อสินค้าและบริการอื่นได้ นอกจากนี้ ยังสามารถดึงดูดให้ลูกค้าของซิโนเปค หันมาใช้บริการอีคอมเมิร์ซ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจโฆษณาออนไลน์ของเทนเซนต์ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังคาดการณ์ว่า การจ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับซิโนเปคถึงปีละ 10,000 ล้านหยวน หรือ 52,000 ล้านบาท









