วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จอดำ'เงื่อนไขเจรจาช่อง3ออกอากาศคู่ขนานดิจิทัล

(รายงาน) "จอดำ" เงื่อนไขเจรจาช่อง3ออกอากาศคู่ขนานดิจิทัล

ปมความขัดแย้งระหว่าง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) องค์กรกำกับดูแล กับบริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในฐานะผู้ประกอบการรายเดิม ซึ่งกฎหมายคุ้มครองสัญญาสัมปทานโทรทัศน์อนาล็อก ระหว่างช่อง 3 กับคู่สัญญา อสมท ถึงปี 2563 จนนำไปสู่การฟ้องร้องคดีที่ศาลปกครอง ของช่อง 3 ขอให้เพิกถอนมติ กสท. ครั้งที่ 4/ 2557 ลงวันที่ 3 ก.พ.2557 ที่กำหนดให้ ฟรีทีวีอนาล็อก ทั้ง 6 ช่อง ได้แก่ ช่อง 3 5 7 9 11 และไทยพีบีเอส สิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือ ฟรีทีวี

จุดเริ่มต้นที่มาของคดี "กสทช.-ช่อง3" คือ ออกประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (Must Carry) ลงวันที่ 24 ก.ค.2555 ซึ่งเป็นประกาศที่กำหนดคำนิยามของกิจการ "โทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป" หรือ "ฟรีทีวี" เป็นครั้งแรก โดยกำหนดให้ "โทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน" (ทีวีดิจิทัล) มีฐานะเป็น ฟรีทีวี ที่ต้องแพร่ภาพในทุกช่องทาง ทั้งระบบภาคพื้นดิน ดาวเทียม และเคเบิล

ขณะที่ "โครงข่าย" มีหน้าที่ต้องนำช่องรายการฟรีทีวี ไปออกอากาศ โดยไม่มีการดัดแปลงเนื้อหา

ตามประกาศมัสต์ แคร์รี่ ข้อ 8 ระบุผู้ได้รับอนุญาตตามบทเฉพาะกาลแห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ที่ใช้คลื่นความถี่ทุกรายที่ประกอบกิจการโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ในวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับให้ถือเป็นผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (ฟรีทีวีอนาล็อก) ให้มีหน้าที่เป็นฟรีทีวี ออกอากาศได้ทุกช่อง "จนกว่าคณะกรรมการจะมีคำสั่งหรือประกาศเป็นอย่างอื่น"

หลังจาก กสท. มีมติ รับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ในวันที่ 6 ม.ค.2557 จากนั้นเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2557 มติ กสท. ให้ "ฟรีทีวีอนาล็อก ทั้ง 6 ช่อง ได้แก่ ช่อง 3 5 7 9 11 ไทยพีบีเอส หรือที่ กสทช. เรียกในประกาศ มัสต์ แคร์รี่ ว่า ผู้รับใบอนุญาตตามบทเฉพาะกาลแห่ง พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 "สิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นฟรีทีวี" โดยผู้ให้บริการโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิล ไม่ต้องทำหน้าที่ นำช่องฟรีทีวีอนาล็อก ไปออกอากาศในทุกช่องทางอีกต่อไป นับจากทีวีดิจิทัล เริ่มออกอากาศได้ 30 วัน หรือในวันที่ 25 พ.ค.2557

ในช่วงรัฐประหาร วันที่ 22 พ.ค. มีการยุติการออกอากาศของโทรทัศน์ทุกประเภท จากนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกคำสั่ง ฉบับที่ 27 /2557 ลงวันที่ 24 พ.ค. เรื่องการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ ภาคพื้นดิน ระบบดิจิทัล และสถานีโทรทัศน์ที่ได้รับใบอนุญาต สัญญา หรือสัมปทาน จากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆของรัฐ ความหมายรวมทีวีอนาล็อก ให้ออกอากาศได้ตามปกติ ผ่านระบบการใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดิน ดาวเทียม และเคเบิล เพื่อให้ "ทีวีอนาล็อกและทีวีดิจิทัล" กลับมาออกอากาศอีกครั้งในทุกช่องทาง

ขณะที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ออกมติ กสท. วันที่ 28 พ.ค. 2557 ขยายเวลาให้ "ทีวีอนาล็อก" ทำหน้าที่ "ฟรีทีวี" อีก 100 วัน ระหว่างวันที่ 25 พ.ค.-1 ก.ย.2557 เพื่อเป็นช่องทางแจ้งข่าวสารจากประกาศและคำสั่ง คสช. เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ ทุกช่องทาง

แม้จะได้สิทธิออกอากาศทุกช่องทางต่ออีก 100 วัน และประกาศ คสช.ฉบับที่ 27 คุ้มครองสิทธิ แต่ช่อง 3 ยังเลือกใช้ช่องทางฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้เพิกถอน มติวันที่ ก.พ.2557 ซึ่งเชื่อมโยงแนวทางปฏิบัติของโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม ตามประกาศมัสต์ แคร์รี่ เพื่อให้คงฐานะเป็น "ฟรีทีวี" ที่สามารถออกอากาศได้ในทุกช่องต่อไป โดยคดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล

เมื่อครบกำหนดการทำหน้าที่ 100 วัน ในวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธาน กสท. แถลงมติ ที่ประชุมบอร์ด กสท. วันที่ 1 ก.ย. ประเด็นแรก กสท. เห็นชอบ ร่างหนังสือชี้แจ้งช่อง 3 เรื่องการทำหน้าที่ ฟรีทีวี และการปฏิบัติตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 27 ที่ได้สิทธิออกอากาศในทุกช่องทาง

ประเด็นต่อมา คือ กสท. มีมติไม่ขยายเวลาการปฏิบัติหน้าที่ฟรีทีวี ของช่องอนาล็อก จากเดิมขยายเวลา 100 วัน โดยให้สิ้นสุดในวันที่ 1 ก.ย. ดังนั้นช่องอนาล็อกทุกช่องจึงไม่ต้องทำหน้าที่ ฟรีทีวี ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย.2557 และโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม ไม่มีหน้าที่นำช่องอนาล็อก ไปเผยแพร่

จากมติ กสท. เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ช่อง 3 ยังได้สิทธิการออกอากาศทุกช่องทาง ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 27

ขณะที่ คสช. ชี้แจ้งว่าอำนาจการกำกับดูแลคลื่นความถี่เป็น ของ กสทช. โดยตรง ดังนั้น กสทช. มีหน้าที่บังคับใช้ มติ กสท.วันที่ 3 ก.พ. 2557 ที่กำหนดให้ ทีวีอนาล็อก สิ้นสุดหน้าที่ฟรีทีวี เช่นกัน

การทำหน้าที่ของ กสทช. ตามมติดังกล่าว คือการกำกับโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม "ไม่ต้อง"ทำหน้าที่นำช่อง 3 อนาล็อก ซึ่งพ้นหน้าที่ฟรีทีวีไปเผยแพร่อีกต่อไป ซึ่งเท่ากับ ช่อง 3 อนาล็อก จะเกิดสถานการณ์ "จอดำ" ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่รับชมผ่านเคเบิลและดาวเทียม ซึ่งมีสัดส่วน 70% หรือ 15 ล้านครัวเรือนได้

ในการหารือร่วมระหว่าง กสท. ช่อง 3 และทีวีดิจิทัล เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. และกรรมการ กสท. ระบุจะเร่งหารือใน บอร์ด กสท. วันจันทร์นี้(8 ก.ย.) เพื่อกำหนดแนวทางการกำกับโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม "ห้ามออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก" โดยจะเสนอให้บอร์ด กสท. ออกคำสั่งทางปกครองไปยังโครงข่ายให้ปฏิบัติตาม และให้เวลาโครงข่ายได้แจ้งเตือนผู้ชมว่าไม่สามารถรับชมช่อง 3 อนาล็อกได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องรีบดำเนินการ ไม่เช่นนั้น กสท. จะต้องเผชิญข้อกล่าวหา "ละเว้นปฏิบัติ" หน้าที่เช่นกัน

ฟากผู้ประกอบการโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม ที่อยู่ภายใต้ใบอนุญาต กสทช. เมื่อได้รับคำสั่งจาก กสท. ห้ามเผยแพร่ช่อง 3 อนาล็อก "ไม่สามารถปฏิเสธ" การทำหน้าที่ได้เช่นกัน

สถานการณ์ "จอดำ" ในโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม หาก กสท.เดินหน้าใช้อำนาจที่มีอยู่ นับเป็น "เงื่อนไข" สำคัญที่ทำให้ ทั้งช่อง 3 และ กสทช. จำเป็นต้องหารือร่วมกัน

ความต้องการของ กสทช. คือ ให้ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศคู่ขนานระบบดิจิทัล ซึ่งบริษัทในเครือช่อง 3 ประมูลมาได้ 3 ช่อง แม้จะต่างนิติบุคคล ทำให้ขั้นตอนการออกอากาศคู่ขนานไม่ง่าย เหมือนการอนุญาต "ช่อง7 และช่อง9" เพื่อให้ทีวีอนาล็อก ได้สิทธิฟรีทีวี จากการออกอากาศคู่ขนานระบบดิจิทัล และสามารถออกอากาศได้ในทุกช่องทาง เพื่อทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลรวดเร็ว

ขณะที่ความต้องการในเชิงธุรกิจและสิทธิของ ช่อง 3 เห็นว่าไม่จำเป็นจะต้องออกคู่ขนานช่อง 3 อนาล็อกกับช่องดิจิทัล จากความไม่พร้อมของโครงข่าย (Mux) ภาคพื้นดิน และการแจกคูปองล่าช้ากว่ากำหนดเดิมมาราว 3-4 เดือน

แต่อีกปัจจัยสำคัญคือเรื่อง "ต้นทุน" เพราะช่อง 3 อนาล็อก มีค่าใช้จ่ายสัมปทานจ่ายให้ อสมท รายปีประมาณ 200-250 ล้านบาท หากนำช่อง 3 อนาล็อกไปออกอากาศคู่ขนานระบบดิจิทัล จะต้องมีต้นทุนค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 2% และค่าธรรมเนียมจ่ายให้กองทุนสื่อฯ อีก 2% รวม 4% ของรายได้ต่อปี ซึ่งเป็นต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ฐานผู้ชมอนาล็อก "เท่าเดิม"

ที่ผ่านมาทั้งช่อง 7 ซึ่งออกอากาศคู่ขนานดิจิทัล และล่าสุดช่อง 3 ได้ทำหนังสือถึง กสท. ถามถึงแนวทางการ "ยกเว้น"ชำระค่าธรรมเนียมจ่ายในฝั่งใบอนุญาตทีวีดิจิทัล เพราะยังคงมีต้นทุนจ่ายจากสัญญาสัมปทานระบบอนาล็อกใน ซึ่งข้อหารือดังกล่าว ยังอยู่ในการพิจารณา

อีกปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันช่อง 3 อนาล็อก มาออกอาอากาศคู่ขนานดิจิทัล กสท.จะต้องเป็น "คนกลาง" เจรจากับ อสมท ที่เป็นคู่สัมปทานกับช่อง 3 ด้วยเช่นกัน กรณีที่ ช่อง 3 ออกอากาศคู่ขนาน หรือลดเวลาอายุสัมปทานที่ยังเหลือไปถึงวันที่ 24 มีนาคม 2563 รวมถึงแผนการชดเชยและเยียวยาทั้ง อสมท และช่อง 3

ปมการออกอากาศคู่ขนานดิจิทัลของช่อง 3 มีหลายเงื่อนไข ที่ "ผู้มีอำนาจ" กสทช. และ "ผู้มีสิทธิ" ในช่องอนาล็อกของช่อง 3 จำเป็นต้องเจรจา โดยมีสถานการณ์ "จอดำ" ในช่องทางดาวเทียมและเคเบิล ซึ่งมีประชาชน 15 ล้านครัวเรือน เป็นตัวประกัน และเป็นปัจจัยเร่งให้ต้องรีบแก้ปัญหา

เพราะหากประชาชนไม่สามารถรับชม "ช่อง3 อนาล็อก" ได้ อาจเป็นอีกกรณีร้องเรียนไปยัง คสช. ทำให้มีคดีฟ้องร้องเพิ่มขึ้น