กำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์
กำไรเกินคาด
RML รายงานกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2Q14 ที่ 433 ล้านบาท (+89%YoY +19%QoQ) เกินคาด 15% สาเหตุจากจากรายได้ 1,921 ล้านบาท (+11%YoY +16%QoQ) มากกว่าคาด 13% จากการรับรู้รายได้โครงการ 185 ราชดำริ ที่เร็วกว่าประมาณการ แต่อัตรากำไรขั้นต้นตรงตามคาดที่ 41.5% จากสัดส่วนรายได้ที่ส่วนใหญ่มาจากโครงการ 185 ราชดำริ นอกจากนี้บริษัทสามารถล้างขาดทุนสะสมได้หมดแล้วในไตรมาสนี้ โดยขณะนี้บริษัทมีกำไรสะสมจำนวน 82 ล้านบาท
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
ใน 2Q14 บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากโครงการ 185 ราชดำริ ได้เร็วกว่าคาด หนุนให้รายได้เติบโต 11%YoY แต่กำไรเติบโตก้าวกระโดด 89%YoY เพราะว่าบริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงในระดับ 41.5% เหมือนใน 1Q14 ได้ต่อเนื่องจากการรับรู้รายได้โครงการ 185 ราชดำริ เป็นส่วนใหญ่ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 42% นอกจากนี้บริษัทมี SG&A ลดลง 16 ล้านบาท 7%YoY เนื่องจากใน 2Q13 บริษัทมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดในการเปิดตัวโครงการ Loft เอกมัย และยังมีดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง 16 ล้านบาท 30%YoY จากการทยอยคืนเงินกู้
แนวโน้ม
เราคาดว่ากำไรครึ่งปีหลังยังคงใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก โดยที่บริษัทยังคงมีรายได้จากการโอนโครงการ 185 ราชดำริ เป็นรายได้หลักต่อไปอีกอย่างน้อย 12 เดือน โดยในปีนี้เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นยังคงสูงต่อเนื่องที่ 41.5% และอาจลดลงเล็กน้อยมาอยู่ในระดับ 40% ในปี 2015 เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้โครงการ Zire วงศ์อมาตย์ ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าโครงการ 185 ราชดำริเข้ามา
อย่างไรก็ดียอด pre-sales ของบริษัทมีแนวโน้มที่จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆจากกำลังซื้อชาวต่างชาติซึ่งเป็นลูกค้าหลักของบริษัทเริ่มกลับเข้ามาซื้อคอนโดหรูในประเทศไทย โดยใน 2Q14 บริษัทมียอด pre-sales ประมาณ 1,000 ล้านบาท และ backlog รวม 11.5 พันล้านบาท และสินค้ารอขายอีกกว่า 5 พันล้านบาท ซึ่ง backlog ได้ secure เป้าหมายรายได้ปีนี้ทั้งหมด
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เราปรับประมาณการปี 2014-15 ขึ้น 13% และ 2% เป็น 1,570 และ 1,502 ล้านบาท คิดเป็น 0.44 และ 0.42 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ โดยปรับอัตรากำไรขั้นต้นปี 2014 ขึ้นเป็น 41.5% จาก 40% โดยอิงสมมุติฐานการรับรู้รายได้จากโครงการ 185 ราชดำริ อย่างต่อเนื่อง และปรับ dividend payout ratio ปี 2015 ขึ้นเป็น 40% เนื่องจากบริษัทยังไม่มีโครงการใช้เงินเพื่อลงทุนในโครงการใหม่
คำแนะนำ
เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 2.60 บาท (จากเดิม 2.24 บาท) โดยอิง worst year scenario กำไรปี 2016 ซึ่งจะเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 3 ปี ที่ 10 เท่า ซึ่งหากอิงกำไรปี 2014-15 ราคาเป้าหมายจะอยู่ที่ PE เพียง 5.9 และ 6.2 เท่า และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2015-16 ที่ 6.5% และ 5.0% ตามลำดับ









