"พาณิชย์"ยันผู้นำเข้ารายใหญ่ในสหรัฐ-ยุโรป ไม่ชะลอสินค้าจากไทย เผยสารคดี-ข่าวไทยใช้แรงงานผิดกม.กระทบยาว
กระทรวงพาณิชย์ ได้ตรวจสอบผลกระทบ จากการที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ได้ปรับลดสถานะการค้ามนุษย์ของไทยมาอยู่ใน Tier 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด และกรณีหนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน เผยแพร่ข่าวเรื่องไทยใช้แรงงานผิดกฎหมาย
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสถานการณ์การส่งออกสินค้าประมงของไทยไปยังตลาดสหรัฐ ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย
ขณะที่ตลาดยุโรป เบื้องต้นก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อมั่นต่อบริษัทส่งออกของไทย ส่วนตลาดอื่นๆ พบว่ายังไม่มีผลกระทบใดๆ เกิดขึ้น ลูกค้ายังคงเชื่อมั่นในการสั่งซื้อสินค้าจากไทย
ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าประมงของไทยในปี 2556 พบว่า ไทยส่งออกไปสหรัฐ มีสัดส่วน 20.9% ของการส่งออกสินค้าประมงไปตลาดโลก ส่งออกไปสหภาพยุโรปมีสัดส่วน 13.1% ส่วนตลาดอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น สัดส่วน 31.1% จีน สัดส่วน 6.96% เวียดนาม สัดส่วน 3.55% และเกาหลีใต้ สัดส่วน 3.13% เป็นต้น
“เท่าที่ตรวจสอบการส่งออกสินค้าประมงไปยังตลาดสหรัฐและยุโรป ยังประเมินไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะปัญหาเพิ่งเกิดขึ้น โดยในแง่จิตวิทยาก็คงมีบ้าง แต่เท่าที่ตรวจสอบดู ลูกค้าส่วนยังเชื่อมั่นในการทำการค้ากับไทย ส่วนตลาดอื่นๆ คาดว่าแนวโน้มยังคงส่งออกได้ดี” นางศรีรัตน์ กล่าว
ชี้กระทบจิตวิทยาระยะสั้น
บริษัทสำคัญของไทยที่มีการส่งออกสินค้าประมงไปยังตลาดสหรัฐ พบว่า บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ทียูเอฟ มีรายได้จากการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ 13.8% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มีรายได้คิดเป็น 1% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งเบื้องต้นอาจจะมีผลในด้านจิตวิทยาในตลาดสหรัฐบ้าง แต่คงเป็นเพียงระยะสั้น เพราะกระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะเดินสายไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ารายสำคัญๆ ของสหรัฐ แล้ว คาดว่าจะดึงความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาได้
ส่วนตลาดยุโรป จะเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกรณีที่บางบริษัทในยุโรป ได้เริ่มมีปฏิกิริยาต่อการนำเข้าสินค้าประมงจากบริษัทไทย หลังจากที่หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ได้มีการรายงานข่าวเรื่องแรงงาน ซึ่งได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำในภูมิภาคยุโรปเร่งทำความเข้าใจกับคู่ค้า เพราะจากการตรวจสอบในขณะนี้ พบว่า มีเพียงแค่บางบริษัทเท่านั้น ที่ได้ชะลอการทำการค้ากับบริษัทไทย แต่บางบริษัทได้ยืนยันที่จะทำการค้ากับไทยต่อไป เข่น วอลมาร์ท และ คอสโก เป็นต้น
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้แรงงาน ทำการชี้แจงและทำความเข้าใจกับคู่ค้า โดยยืนยันว่าในกระบวนการผลิตของไทยมีการดูแลในเรื่องมาตรฐานแรงงานในระดับสากล
"สารคดี-ข่าวแรงงาน" กระทบแรง
รายงานข่าวภาคเอกชนในอุตสาหกรรมอาหาร ระบุว่า ในส่วนของตลาดสหรัฐนั้นไม่ได้มีความกังวลว่าจะกระทบการส่งออกมากนัก และหากเริ่มต้นเจรจาชี้แจงเร็ว เชื่อว่าทางการสหรัฐจะไม่คว่ำบาตร เหมือนกับกรณีจีนที่อยู่ในบัญชี 3 เช่นเดียวกันแต่ไม่มีการคว่ำบาตร แต่ในทางปฏิบัติขณะนี้ผู้ประกอบการกังวลมากกรณีอียู ที่มีการเผยแพร่ข่าว สารคดี ซ้ำๆ ในหลายประเทศหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ว่าไทยมีการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมง และถ้อยคำที่ใช้ในสารคดีค่อนข้างรุนแรงผิดไปจากข้อเท็จจริงมาก ซึ่งจะมีผลต่อผู้บริโภคอียูที่ได้รับข่าวสารลักษณะนี้ซ้ำๆ จะกดดันไม่ให้ซื้อสินค้าจากไทย
"สารคดี ข่าว ที่ฉายกันอยู่ในยุโรปใช้ถ้อยคำรุนแรง ผู้บริโภคอียูความรู้สึกเร็วอยู่แล้ว ก็จะไม่ซื้อ ผู้นำเข้าหรือห้างสรรพสินค้าก็นำของไทยออกจากชั้นวาง ขณะนี้เริ่มมีบ้างแล้ว ถ้าชี้แจงไม่เร็ว ก็จะเป็นปัญหาตามมามาก" แหล่งข่าวระบุ
โบรกฯวิเคราะห์ซีพีเอฟ-ทียูเอฟ
บล.เคทีซีมิโก้ วิเคราะห์ว่า จากการลดเครดิตไทยของสหรัฐและอียู กรณีกล่าวหาไทยละเมิดสิทธิมนุษยชนแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์สินค้าไทยและกระทบทางอ้อมเชิงลบต่อราคาหุ้นในระยะสั้น แต่ผลการศึกษาของ กรณีเลวร้ายสุดสำหรับหุ้นซีพีเอฟ และหุ้นทียูเอฟ หรือบริษัทยกเลิกส่งออกสินค้าไปสหรัฐและยุโรป จะกระทบต่อมูลค่าพื้นฐานปี 2557 โดยหุ้นซีพีเอฟ ประมาณ 3% หรือ 0.90 บาทต่อหุ้น และทียูเอฟ ราว 5% หรือ 3.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นผลกระทบเล็กน้อยและไม่คาดว่า ข่าวนี้จะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวการฟื้นตัวของบริษัทได้ ดังนั้นราคาหุ้นที่อ่อนตัวระยะสั้น จะเป็นโอกาสทยอยสะสม จากแนวโน้มกำไรฟื้นตัวในปี 2557-2558
"เลวร้ายสุด จะกระทบซีพีเอฟ ที่มีรายได้ส่งออกไปสหรัฐ และยุโรปราว 4% ของยอดขายรวม โดยลูกค้ารายใหญ่คือ เทสโก้ วอลมาร์ท และ คอสโก ยังคงสั่งซื้อสินค้ากุ้งเป็นปกติ ผลการศึกษาของกรณีเลวร้ายสุด หรือการยกเลิกส่งออกกุ้งไปสหรัฐและยุโรป จะกระทบต่อประมาณการรายได้ และมูลค่าพื้นฐานปี 2557 ราว 3% ส่วน ทียูเอฟ มีรายได้การส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งไปตลาดสหรัฐและยุโรป 10% ของยอดขายรวม ซึ่งมีการพูดคุยกับทางลูกค้ามาโดยตลอด และยังไม่ได้การตอบรับในเชิงลบจากลูกค้า ผลการศึกษากรณีเลวร้ายสุด หรือการยกเลิกส่งออกไปสหรัฐและยุโรป จะกระทบต่อประมาณการรายได้และมูลค่าพื้นฐานปี 2557 ราว 5-10%"
คสช.แจงซ้ำผู้ช่วยทูตทหาร
วานนี้ ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค ทีมโฆษกคสช. ได้เชิญผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศที่ประจำประเทศไทย จำนวน 22 ประเทศ เข้ารับฟังการชี้แจงการเข้ามาควบคุมสถานการณ์และแนวทางบริหารประเทศของ คสช. เป็นครั้งที่ 2 โดยมีผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศที่ประจำประเทศไทยเดินทางมาร่วม 15 ประเทศ ส่วนประเทศที่ไม่ได้เดินทางมาร่วม มี 7 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศแคนาดา สวีเดน จีน อินเดีย เกาหลี ปากีสถาน รัสเซีย
พ.อ.วีรชน กล่าวว่า กรณีการถูกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ปรับลดอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทยประจำปี 2557 จากระดับ 2 ลงมาต่ำสุดที่อันดับ 3 ได้บอกไปทางผู้ช่วยทูตทหารสหรัฐ ว่า ไทยไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ เพียงแต่รายงานของสหรัฐเป็นการเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนเม.ย. 2556 ถึงเดือนเม.ย. 2557 ซึ่งได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และได้ขอให้ทางสหรัฐได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ คสช. ได้มีนโยบายต่างๆ ออกไปสู่การปฏิบัติ
วอนสหรัฐ-อียู ยึดข้อมูลข้อเท็จจริง
"เราอยากให้เปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบัน เพื่อที่จะให้ทางสหรัฐไปพิจารณาปรับลดหรือเพิ่มอันดับใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราไม่ได้จะบีบคั้นเอาคำตอบจากผู้ช่วยทูตทหารสหรัฐ เพราะเขาคงไม่สามารถให้คำตอบกับเราได้ เพียงแต่อยากจะให้นำความรู้สึก ความห่วงใยไปชี้แจงให้รัฐบาลสหรัฐได้รับทราบและออกแถลงการณ์ใหม่อีกครั้ง"
ส่วนกรณีกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ออกแถลงการณ์ประณามการรัฐประหารและเรียกร้องให้กองทัพ ไทยคืนอำนาจโดยการจัดการเลือกตั้งให้ได้โดยเร็วที่สุด รวมถึงการเดินหน้าสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของ คสช. ซึ่งเรารู้สึกผิดหวังกับท่าทีของอียู ซึ่งในวันนี้ก็มีผู้ช่วยทูตในกลุ่มประเทศอียูมาร่วมรับฟังการชี้แจง ก็บอกให้เขาช่วยส่งผ่านและทำความเข้าใจถึงบรรยากาศภายในประเทศไทยให้กลุ่มประเทศสมาชิกกลุ่มประเทศอียูให้ได้รับทราบ เพราะมองว่าการแสดงท่าทีดังกล่าวเป็นการตัดสินใจที่เกิดจากความไม่เข้าใจในสถานการณ์ภายในประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลว่ามีทหารออกมาดำเนินการยึดอำนาจเท่านั้น ก่อนที่จะประกาศลดความสัมพันธ์ โดยไม่ได้ศึกษาข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่ามีพัฒนาการเป็นมาอย่างไร









