แนวคิด Work Live Play ของกลุ่มบริษัทซีเอ็มโอ จะช่วยเติมทั้งความสุขและความคิดสร้างสรรค์ให้กับพนักงาน
บอกได้เลยว่ารู้สึก "ทึ่ง" ทันทีที่เดินทางถึงและได้เห็น Bangkok Creative Playground สำนักงานใหม่ของกลุ่มบริษัทซีเอ็มโอ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่มีบริเวณถึง 12 ไร่
อย่างไรก็ตาม "เสริมคุณ คุณาวงศ์ " ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) ก็บอกว่าความยิ่งใหญ่อลังการที่เห็นมันเป็นอะไรที่น้อยนิด หากนำไปเทียบกับเป้าหมายและความทะเยอยานของกลุ่มบริษัทซีเอ็มโอ
"เพราะเราตั้งใจจะใช้ที่นี่เป็นศูนย์กลางในการขายบริการออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) ซึ่งมีประชากรอยู่ราว 300 ล้านคน ดังนั้นมันจึงไม่ได้เป็นการลงทุนมหาศาลที่ใหญ่เกินตัว"
และเป็นความจริงที่ว่า กลุ่มบริษัทซีเอ็มโอ ในเวลานี้สามารถสร้างความยอมรับและถูกจัดให้อยู่ในแถวหน้าของธุรกิจอีเวนท์บนเวทีอาเซียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่เป็นเช่นนี้ได้ เสริมคุณ ให้เหตุผลว่าธุรกิจบริการที่ต้องตอบโจทย์ด้วย "หัวใจบริการ" ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวกระทั่ง อีเวนท์ ที่สุดแล้วคงไม่พ้นเงื้อมมือของคนไทยเนื่องจากมีพรสวรรค์ทางด้านนี้มากที่สุด
"เรามั่นใจว่าจะสามารถขยายไปในภูมิภาคได้อย่างแข็งแกร่งแน่นอน แม้มีธุรกิจจากประเทศสิงคโปร์หลายรายคิดเข้ามาแข่งอยู่หลายครั้งหลายคราวแต่ก็คงเป็นได้เพียงแค่องค์ประกอบเท่านั้น"
แต่ทั้งหลายทั้งปวงไม่ได้หมายความว่ากลุ่มบริษัทซีเอ็มโอจะเดินบนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
เสริมคุณยอมรับว่าในวันข้างหน้ายังมีความท้าทายมากมาย สำหรับเขาแล้วมีอยู่ด้วยกัน 3 เรื่องหลักๆ ได้แก่ หนึ่ง การเติมความสุขให้กับพนักงานทุกคน สอง ต้องทำให้พนักงานทุกคนทำงานด้วยศักยภาพที่สูงยิ่งขึ้น สาม การก้าวเป็นบริษัทมัลติเนชั่นแนล หรือบริษัทข้ามชาติ อย่างแท้จริง
ทุกเรื่องดังที่กล่าวมาที่สุดล้วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับ "คน" ทั้งสิ้น คำถามก็คือ ซีอีโอที่ใครๆ ก็รู้ว่าชื่นชอบและเก่งในงานช่างภาพ มีใจรักในศิลปะมากถึงมากที่สุดคนนี้ มีวิธีบริหารจัดการคนอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ก็คือ เสริมคุณไม่เคยไปลงหลักสูตรใด ๆเพื่อเรียนรู้หรือเตรียมความพร้อมในเรื่องการบริหารคน แต่ที่ผ่านมาเขาสร้างและบริหารองค์กรในแบบของตัวเขาเอง
ตั้งแต่เริ่มต้นนับหนึ่งด้วยการฟอร์มทีมงานขึ้นมา 4-5 คน จัดตั้งบริษัท ดิอายส์ จำกัด ขึ้นมาเพื่อให้บริการผลิตประเภทสื่อมัลติมิเดีย และมัลติวิชั่น เขาบอกว่าในเวลานั้นก็ไม่ต้องสนใจกฏเกณฑ์อะไร เพราะ คนในบริษัทอยู่กันแบบพี่แบบน้องเป็นเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน
"ตอนนั้นแทบไม่ต้องใช้ทักษะการบริหาร ที่ทำก็คือไม่ให้คนตบตีกันก็พอ เพราะมันยังไม่ใช่องค์กรแต่ผมขอใช้คำว่าเราพากัน เฮละโล ไปทำงาน"
ภายหลังจากนั้นไม่นานนัก ธุรกิจเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเสริมคุณยังก่อตั้งอีกหลายบริษัทติดตามมา เพื่อขยายธุรกิจไปทางด้านการให้เช่าอุปกรณ์เกี่ยวกับ แสงสีเสียง ,ธุรกิจด้านการสร้างสรรค์และบริหารจัดการอีเวนท์ ฯลฯ แน่นอนว่าเมื่อมาถึงจุดนี้มีความจำเป็นต้องนำเอาระเบียบปฏิบัติเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ
และสิ่งที่เสริมคุณตระหนักถึงก็คือ กลุ่มบริษัทซีเอ็มโอต้องเป็นองค์กรแห่งความสุข และเป็นที่มาของแนวคิด Work Live Play ที่จะเติมความสุขและพัฒนาศักยภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเรื่อง "ความคิดสร้างสรรค์"ให้กับพนักงานทุกคน (ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 500 คน)
"คอนเซ็ปต์มีอยู่ว่า เราต้องการสร้างสถานที่ทำงานให้เป็นเหมือนบ้าน หรืออาจจะสบายกว่าบ้าน ซึ่งบรรยากาศและสภาพแวดล้อม จำเป็นต้องมีส่วนสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ให้กับพนักงานอีกด้วย เพราะตลอดทั้งปีกลุ่มบริษัทของเราจัดงานอีเวนท์กว่า 700 งาน พวกเราต้องใช้เวลาตระเตรียมงานที่ออฟฟิศ "
เสริมคุณ ยังได้เผยถึงสไตล์การบริหารคนของตัวเองให้กรุงเทพธุรกิจฟังหลายต่อหลายเรื่อง แต่ที่โดดเด่นก็คือ เขาไม่นิยมผูู้นำแบบสั่งการ (Top-down) แต่ให้น้ำหนักเป็นพิเศษในเรื่องของการกระจายอำนาจ (Empowerment) ตัวอย่างก็คือ แต่ละหน่วยงานจะมี "กรรมการผู้จัดการ" เป็นตำแหน่งสูงสุด ซึ่งเบ็ดเสร็จในเวลานี้มีจำนวนถึง 15 คน
"เขาเป็นมากกว่าหัวหน้าฝ่าย เราต้องการให้เขามีอำนาจการตัดสินใจที่เด็ดขาดในธุรกิจที่ดูแลอยู่ แต่เรามีกรอบการทำงานให้ และรับรองว่ารายได้ของเขาจะไม่น้อยไปกว่าทั้งยังมีความมั่นคงกว่าการไปตั้งบริษัทเอง ผมกำลังจะบอกว่าบริษัทของเรามี Career Path แบบสุดไปเลย"
ดูเหมือนว่าการมอบอำนาจ อาจสร้างความสุขและความพึงพอใจให้พนักงานมากยิ่งกว่าการสร้างสถานที่ทำงานให้อยู่สบายคล้ายบ้าน?
"ผมว่ามันต้องประกอบกัน เหมือนการอยู่บ้าน ความสุขมันมาจากความรัก แต่ถ้าบ้านสกปรกมันคงน่ารำคาญ ดังนั้นแทนที่จะมุ่งไปเพียงเรื่องทางกายภาพ หรือนำเอาตุ๊กตาไปตั้งตัวหนึ่ง แล้วบอกพนักงานว่านี่คือความสุข คือความสร้างสรรค์ก็คงไม่ใช่ แต่มันต้องมาจากหลายๆ องค์ประกอบ"
โดยกลุ่มบริษัทซีเอ็มโอนั้นมีค่านิยม (Core Value) ที่ชื่อ "CUP S" เป็นแกนกลางที่ทำให้ทุกองค์ประกอบเชื่อมโยงสอดประสานไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งมีความหมายว่า
C คือ Creative ความคิดสร้างสรรค์
U คือ Up to date ต้องทำตัวเองให้ทันสมัย
P คือ Professional ไม่ว่าในการทำงาน และการปฏิบัติตัว
S คือ Social Responsibility ความรับผิดชอบต่อสังคม
"เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัทเราถือว่าความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งต่อพนักงานของเราและต่อคนภายนอก เรามีทีมที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง และมีการอบรมอย่างสม่ำเสมอ งานของเรามีการขึ้นสลิงและขึ้นไปในที่สูงๆ โครงการขนาดใหญ่ของเราต้องมีวิศวกรเซ็นต์รับรอง มาตรฐานของเราสูงซึ่งหมาย ถึงเงินลงทุนที่สูงด้วย ทั้งเรายังมุ่งเน้นเรื่องของจริยธรรม เช่น มีการจัดเรตติ้งว่าอีเวนท์ใด ที่ใครสมควรเข้าไม่สมควรเข้า ไม่ใช่อีเวนท์อะไรใครๆ ก็เข้าได้"
เสริมคุณมองว่า ค่านิยมจะช่วยทำให้องค์กรรู้ว่าองค์กรมีอยู่อะไรแล้ว ยังสามารถบอกได้ด้วยว่าแล้วสิ่งที่องค์กรต้องการจะเป็นคืออะไร ทั้งยังเป็นเครื่องมือสื่อสารกับพนักงานในองค์กรว่าการกระทำแบบใดที่ได้รับผลคะแนนที่ดี แบบใดที่จะทำให้คะแนนติดลบ ทั้งยังมองว่า งานบริหารบุคลากร ไม่ได้งานของใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือไม่ได้เป็นงานของซีอีโอ ไม่ได้เป็นงานของ HR แต่มันเป็นงานของทุกคนในองค์กร
กรุงเทพธุรกิจถามต่อถึงภารกิจของเขาในเวลานี้ คำตอบก็คือ หลักๆ เป็นการเข้าไปช่วยเหลือกรรมการผู้จัดการแต่ละคน เนื่องจากโครงการที่เข้ามามีอยู่หลากหลายประเภท ซึ่งความช่วยเหลือของเขามีอยู่ 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกเป็นความคิดสร้างสรรค์ ในแง่ของฮาวทู ว่าจะทำได้อย่างไร เรื่องที่สอง คือการบริหารจัดการ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้
มาถึงจุดนี้ ทำให้มองเห็นว่าความสุขและศักยภาพของพนักงานกำลังเผยให้เห็นผลลัพธ์ความเป็นไปได้ แต่การก้าวเป็น "บริษัทข้ามชาติ" ยังคงเป็นเป้าหมายที่ยังหนีไม่พ้นม่านหมอกที่ปกคลุม
เสริมคุณเองก็ยืนยันว่าทุกวันนี้กลุ่มซีเอ็มโอยังไม่ได้เป็นบริษัทข้ามชาติโดยสมบูรณ์ หากแต่มันคงไม่ไกลเกินเอื้อมและต้องสำเร็จภายใน 5 ปีนี้ โดยเขาจะใช้วิธีรับคนนอกโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มประเทศ CLMV เข้ามาร่วมทำงานในองค์กร
" ในอนาคตองค์กรเราจะรับคนต่างชาติเข้ามาทำงานทุกตำแหน่งงาน โดยให้มีสัดส่วนราว 10 เปอรเซ็นต์ เพราะเราเข้าไปทำธุรกิจในประเทศของเขา ต้องหาทางให้เขามาช่วยเป็นสะพานเชื่อมเพื่อการเข้าถึง"
ส่วนคำถามปิดท้ายเป็นมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง เสริมคุณกล่าวว่าอะไรที่ยุ่งยากมานาน ทุกวันนี้เมื่อทหารเข้ามาจัดการกลับมีความสงบเรียบร้อยซึ่งมีความสำคัญที่สุด
"ผมคิดว่าหากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจเราคงแย่แน่เพราะงบประมาณไม่ออก ตอนนี้กำลังเงินไหลเข้าระบบ หากกำลังการบริโภคในประเทศดี เศรษฐกิจย่อมดี ผมมองบวก"









