คงพอร์ตลงทุนหุ้นรวม 60% ของพอร์ต โดยมีจุดซื้อบริเวณ 1375/1350 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ ตอบรับเชิงลบช่วงสั้น ต่างชาติลดพอร์ต หลังทหารประกาศยึดอำนาจการปกครอง แนวรับ 1375/1350 จุด แต่ระยะเดือนคาดเป็นบวก แนะ selective buy เน้นกลุ่มอิงการส่งออก (จากค่าเงินบาทอ่อนค่า) อาหาร และค้าปลีก (KCE HANA DELTA TUF CPF GFPT CPALL)
คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับตัวลง จากนักลงทุนสถาบันต่างชาติลดพอร์ตจากระเบียบที่ไม่สามารถลงทุนประเทศที่มีการรัฐประหารได้ ประเมินแนวรับที่บริเวณ 1375/1350 จุด เราแนะนำ ลงทุนหุ้นรวมที่ 60% ของพอร์ต โดยระยะสั้น selective buy เน้นกลุ่มอิงการส่งออก (จากค่าเงินบาทอ่อนค่า) อาหาร และค้าปลีก (KCE HANA DELTA TUF CPF GFPT CPALL) และหลีกเลี่ยงลงทุนหุ้นเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวชั่วคราว จากจำนวนนักท่องเที่ยวอาจลดลงในระยะแรก (สถิติปี 49 เดือนก.ย. ลดลง -19.6% mom vs. ค่าเฉลี่ยลดลง -13% mom) รวมถึง หุ้นอิงตระกูลชินวัตร (Negative Sentiment) ส่วนระยะกลาง การอ่อนตัวของดัชนีฯ เป็นโอกาสในการซื้อสะสม แนะนำ หุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคและการลงทุนในประเทศ คาดใกล้เกิดจุดต่ำสุดใน 1-2 เดือนนี้ (STEC CPN QH SPALI KBANK SCB) (คาดการบริโภคและความเชื่อมั่นในประเทศค่อยๆ ฟื้นตัว หลังมีความชัดเจนเรื่องรัฐบาลและการเลือกตั้งครั้งใหม่)
ประเด็นการเมือง: รัฐประหาร หลังการเจรจาไม่ประสบผล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศควบคุมอำนาจการปกครอง หลังประเมินว่า มีแนวโน้มที่สถานการณ์ในประเทศจะเกิดเหตุร้ายแรง จนกระทบความมั่นคงของชาติ รวมถึงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยระบุ เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมกับทุกพวกทุกฝ่าย
ค่าเงินบาท อ่อนค่าทันทีหลังมีข่าวรัฐประหาร แต่หลังจากนั้นเป็นการแกว่งตัวแคบ โดยกรอบการเคลื่อนไหวยังอยู่ระหว่าง 32.40-32.60 บาท โดยเรามองค่าเงินบาทเป็นตัวชี้นำผลกระทบต่อตลาดหุ้นในวันนี้ การที่ค่าเงินบาทไม่ได้ร่วงแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ อาจไม่ลงแรงมากนัก









