แบงก์ห่วงเกิดวิกฤติเอสเอ็มอี หลังพบขาดสภาพคล่องหนัก ชำระหนี้ล่าช้าเพิ่ม
เตือนผู้ประกอบการเร่งหารือคู่ค้าแบงก์และปรับลดต้นทุน แนะรัฐเร่งดูแลเอสเอ็มอีที่เริ่มส่ออาการ ทำได้ทั้งการยกเว้นค่าค้ำประกัน บสย. หรือขยับเพดานความเสี่ยงเพิ่มจาก 18%
สถานการณ์สินเชื่อเอสเอ็มอี ส่อเค้าวิกฤติจากวงจรทางการเงินที่ติดขัด โดยเฉพาะรัฐบาลไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ หนึ่งในนั้นคือการชำระเงินค่าข้าวในโครงการรับจำนำข้าว ที่ไม่ถึงมือชาวนา ทำให้ตัวคูณในระบบเศรษฐกิจหายไป กระทบไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมด
นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงไทย ยอมรับว่า ขณะนี้เอสเอ็มอีหลายรายเริ่มขาดสภาพคล่องรุนแรง โดยในภาวะปกติหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยเหลือ เช่น ในช่วงที่เงินบาทแข็งค่ารุนแรง หรือเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม แต่ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือ ทำให้เอสเอ็มอีทั้งหลาย จึงต้องช่วยตัวเอง
ทั้งนี้ ยอมรับว่าในภาวะเช่นนี้ สถาบันการเงินก็ต้องเข้มงวดในการให้สินเชื่อ ในส่วนของธนาคารกรุงไทยต้องเลือกลูกค้าที่อยู่ในธุรกิจที่มีอนาคต หากเริ่มมีปัญหาสภาพคล่อง ก็ปรับเงื่อนไขสัญญา เพื่อไม่ให้เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) แต่หากต้องเป็นเอ็นพีแอล ธนาคารก็ต้องเร่งรัดกระบวนการติดตามหนี้
"เอสเอ็มอีจะอยู่รอดได้ ในภาวะนี้ต้องช่วยตัวเอง นั่นคือ ต้องเจรจากับคู่ค้า ให้ขยายเครดิตเทอม หรือผ่อนปรนเงื่อนไขทางธุรกิจ สองคือต้องเจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อขอปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ สุดท้ายคือการปรับกระบวนการภายใน ลดต้นทุน เช่น การลดเงินเดือน ให้พนักงานมีวันหยุดเพิ่ม ลดสวัสดิการ หรือต้นทุนอื่นๆ เพื่อให้อยู่รอดไปถึงภาวะปกติ จึงจะไปต่อได้ ซึ่งพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังดี แต่หากลากยาวเกินอาจจะทนไม่ไหว"
หนี้ครัวเรือนแตะ 85% เกิดสึนามิการเงิน
เขากล่าวอีกว่า วิกฤติครั้งนี้ต่างจากปี 2540 ที่ธุรกิจขนาดใหญ่เสียหาย แต่ปัจจุบันคนจนเสียหาย หนี้ครัวเรือนแตะระดับ 82% ในเวลารวดเร็ว หากไปถึงระดับ 85% จะเป็นภาวะสึนามิทางการเงิน เพราะว่ารายใหญ่ที่เสียหายยังมีแผนการปรับตัว แต่รายย่อยเสียหายจะแก้ปัญหาสะเปะสะปะ ทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ากลัว จึงต้องการให้ทุกฝ่ายตกลงกันให้ได้
"ที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณสินเชื่อชั้นกล่าวถึงพิเศษ (Special Mention Loan) เพิ่มขึ้น หรือกลุ่มที่มีการผิดนัดชำระหนี้เกินกว่า 30 วัน แต่ไม่ถึง 90 วันเพิ่มขึ้นถึง 40% เป็นระดับที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าอยู่แล้ว"
เขากล่าวว่า ในขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จับตาสัญญาณดังกล่าวอยู่เช่นกัน และให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกันให้กับลูกหนี้ที่มีหลักประกันน้อย แต่ ธนาคารพาณิชย์ หรือ บสย. ก็ต้องเลือกลูกหนี้ที่มีศักยภาพที่ดีอยู่ ทำให้ความช่วยเหลือเกิดได้บางส่วน เป็นแค่ตัวเสริม แต่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ
ขณะที่ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ 1.75% ก็เป็นต้นทุนที่ลูกค้าต้องแบกรับเพิ่ม หาก บสย. สามารถลดการเรียกเก็บได้ ก็จะเป็นการช่วยเอสเอ็มอีอีกทางหนึ่ง
แนะเว้นค่าต๋งค้ำประกันของบสย.
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานใด ถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอี แต่ที่ผ่านมาธนาคารได้ให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว ส่วนสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่จะเข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอี คงต้องดูว่างบประมาณจะมาจากส่วนใด แต่หากเป็นไปได้ การยกเว้นค่าธรรมเนียมการค้ำประกันของบสย.น่าจะช่วยได้บ้าง แม้จะไม่มากนักเพราะลูกค้าไม่ได้สนใจที่จะใช้วงเงินเพิ่มมากนัก แต่จะช่วยในเรื่องของหลักประกันที่ลูกค้าอาจจะไม่มี
ที่ผ่านมามีลูกค้าที่ต้องการใช้วงเงินค้ำประกันจาก บสย. แต่ส่วนใหญ่กลุ่มลูกค้าที่เข้าโครงการจะเป็นรายเล็กที่มีความเสี่ยง ซึ่ง บสย.อาจมองว่าเป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวัง ขณะที่ลูกค้าต้องแบกรับต้นทุนทั้งดอกเบี้ยธนาคาร และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้บสย.
"ขณะนี้ลูกค้าเริ่มส่งสัญญาณ หากภาครัฐช่วยได้ ก็เป็นเรื่องที่ดี แม้ค่าธรรมเนียมเหล่านี้ จะไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า ภาครัฐต้องการช่วยเหลือ เพราะเท่าที่ลูกค้าติดต่อขอความช่วยเหลือมา ถ้าไม่ขอลดดอกเบี้ยก็ค่าธรรมเนียม หรือขอวงเงินเพิ่ม แต่สถานการณ์ไม่รู้จะทนได้อีกนานแค่ไหน แต่ลูกค้าที่เรายืดหนี้ไปให้ก่อนหน้านี้ ก็ยังพอไปได้ไม่ถึงกับเจ๊ง ถ้าทำให้การเมืองดีขึ้นได้ ก็จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่น และการใช้จ่ายกลับมาได้ หวังว่าไตรมาส 3-4 จะดีขึ้น"
ไตรมาสแรก ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองไปแล้ว กว่า 9,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์เกษตรกรรม และ เฟอร์นิเจอร์
พบเอสเอ็มอีเริ่มชำระหนี้ล่าช้า
ส่วน นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า หากภาครัฐต้องการให้ความช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี สามารถใช้กลไกของ บสย.ได้ แต่ยอมรับว่า บสย. ก็ต้องระมัดระวัง โดยที่ผ่านมา บสย.ได้ปรับลดเป้าการค้ำประกันสินเชื่อลง 50% แม้ว่าวงเงินจะได้รับจากภาครัฐมาแล้ว แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธนาคารพาณิชย์ ส่งลูกค้าเข้าโครงการลดลง
นอกจากนี้ ส่วนสูญเสียจากการค้ำประกัน ยังถูกกำหนดไว้ที่ 18% ของพอร์ตสินเชื่อที่เข้าโครงการเท่านั้น หากสามารถขยับเพดานดังกล่าวเป็น 25-30% ได้ จะส่งผลดีต่อเอสเอ็มอี ซึ่งที่ผ่านมา บสย. เคยขยับเพดานดังกล่าวในช่วงเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2554 แต่การขยับเพดานดังกล่าว ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำให้แนวทางดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ จนกว่าจะมีรัฐบาลที่มีอำนาจเข้ามา
"ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ เป็นต้นทุนของเอสเอ็มอีจริง แต่คิดเป็นเม็ดเงินที่ไม่มากนัก ต่อให้ลดไปก็ไม่มากนัก แต่ บสย.ควรค้ำประกันมากขึ้น เพราะว่าที่แบงก์กลัวคือส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้น"
เขากล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเห็นลูกค้าที่ชำระหนี้ล่าช้า โดยเฉพาะเอสเอ็มอีขนาดย่อม ที่เริ่มแสดงอาการ โดยเริ่มมีกระแสเงินสดที่ตึงตัวมากขึ้น และเป็นกลุ่มที่ภาครัฐควรรีบเข้ามาดู ซึ่งปีนี้ธนาคารได้ลดเป้าสินเชื่อในกลุ่มนี้ลงกึ่งหนึ่ง จาก 18% ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 8%
ขณะนี้ในส่วนของเอ็นพีแอล จากสินเชื่อเอสเอ็มอี ในไตรมาสแรกยังทรงตัวอยู่ในระดับ 2% ไม่เพิ่มขึ้นมากนัก ขณะที่เอสเอ็มอีรายกลางและรายเล็กยังไปได้อยู่ โดยเอ็นพีแอล อยู่ที่ 1.5% และ 2% ตามลำดับ นอกจากนี้ลูกหนี้ในกลุ่มที่ต้องจับตาพิเศษก็เพิ่มขึ้นและต้องจับตามากขึ้นเช่นกัน โดยลูกค้าที่ต้องจับตา คือ กลุ่มค้าปลีก สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม โรงสีและเกษตร เป็นต้น
ชงบอร์ดออกแพ็คเกจช่วยเหลือ
ด้าน นายจิรัชยุติ์ อัมยงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ขณะนี้ลูกค้าเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบจากการเมืองเต็มๆ จนเริ่มมีการชำระหนี้ล่าช้า โดยขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการธนาคาร เพื่อออกแพ็คเกจการให้ความช่วยเหลือ แบ่งตามระดับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรง และผลกระทบทางอ้อม ก็จะมีระดับความช่วยเหลือแตกต่างกัน เช่น ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรง หรือได้รับผลกระทบด้านกระแสเงินสดหายไป 30% จะมีมาตรการ เช่นพักเงินต้น 6 เดือน หรือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม อาจลดเงินต้นหรือดอกเบี้ย รวมถึงให้วงเงินหมุนเวียนเพิ่มเติมอีกด้วย









