นักลงทุนไทย เบรกลงทุนรัฐมอญ ระบุระบบกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐาน-ขนส่งยังไม่พร้อม ย้ำเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในอนาคต
หลังจากบริษัท ไอแมค แอสเสท ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบ้านจัดสรร ออฟฟิศให้เช่า สร้างโชว์รูมรถยนต์ เชิญชวนนักลงทุน 10 บริษัทไปสำรวจพื้นที่การลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และนิคมอุตสาหกรรม ในรัฐมอญ (เมืองหลวงชื่อ เมาะลำไย) เมืองใหญ่อันดับ 3 ของพม่า รองจากย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ โดยบริษัทดังกล่าวได้รับสัมปทานจากรัฐบาลท้องถิ่น เป็นเวลา 60 ปี ในธุรกิจโรงแรม สนามกอล์ฟ และนิคมอุตสาหกรรม ในเนื้อที่มากกว่าพันไร่ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 4, 000 ล้านบาท
นายเสกสิทธิ์ เจริญเศรษฐศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (NEP) หนึ่งในสิบบริษัทที่เดินทางไปศึกษาลู่ทางการลงทุนในรัฐมอญ กล่าวว่า ระบบสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา และการขนส่ง ของรัฐมอญในขณะนี้ ยังไม่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ขณะที่หน่วยงานราชการ ยังไม่มีแผนพัฒนาโครงการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน จึงถือว่ายังมีความเสี่ยงในการเข้าไปลงทุน
“นักลงทุนไทยสายป่านไม่ยาวพอที่จะควักเงินมาลงทุน สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสาธารณูปโภคทั้งหมดด้วยตัวเอง ดังนั้นกลุ่มผู้ประกอบการที่ชวนกันไปดูลู่ทางในช่วงที่ผ่านมา จึงต้องรอคอยจังหวะว่าเมื่อไรรัฐบาลพม่าจะเริ่มพัฒนาสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม” นายเสกสิทธิ์ ระบุ
รัฐบาลพม่าจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการปรับปรุงกฎหมายด้านการลงทุนที่ยังคลุมเครือและไม่เปิดกว้าง 100% ทำให้นักลงทุนยังไม่ค่อยมั่นใจ รวมไปถึงระบบการชำระเงินกับทางธนาคารก็ยังไม่คล่องตัว โดยจะต้องทำให้เป็นระบบที่ชัดเจนและเป็นสากล ทั้งหมดนี้ควรรอให้โครงสร้างพื้นฐานพร้อมก่อน
" การเข้าไปลงทุนในพม่า นักลงทุนไทยควรมีหน่วยงานกลาง และจับกลุ่มร่วมมือกันไปเป็นพันธมิตรแบบคลัสเตอร์ในธุรกิจ ที่เกี่ยวเนื่องกัน จึงจะประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกันกับโมเดลการลงทุนของประเทศญี่ปุ่น แต่ประเทศไทยยังขาดหน่วยงานกลางที่เป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลข่าวสาร และเป็นผู้นำในการเข้าไปบุก ขณะที่กลุ่มธุรกิจยังดำเนินงานกันแบบกระจัดกระจาย ขาดความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน จึงทำให้การรวมกลุ่มเพื่อไปลงทุนในต่างประเทศของผู้ประกอบการไทยค่อนข้างยากที่จะประสบความสำเร็จ "นายเสกสิทธิ์ กล่าว









