ตั้งเป้ายอดขายอย่างระมัดระวัง
เป้ายอดขายที่ดิน 1.6 พันไร่
HEMRAJ ตั้งเป้ายอดขายทีดินของปี 2557 ไว้เพียง 1.6 พันไร่ เมื่อเปรียบเทียบยอดขายปี 2556 ที่ทำได้ 2.2 พันไร่ อาจลดลงค่อนข้างมากถึง 27% เนื่องจากบริษัทจะตั้งกรอบที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยมเป็นปกติในช่วงต้นปี และจะปรับยอดขายระหว่างปี 2-3 ครั้ง เห็นได้จากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมั่นใจว่ายอดขายที่ดิน 50% จะสามารถทำเซ็นสัญญาในช่วง 1H57 และถ้าเหตุการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลายอาจเห็นการปรับเป้ายอดขาย ขณะที่เราประมาณการยอดขายที่ดินทั้งปีไว้ที่ 1.5 พันไร่ ใกล้เคียงกับยอดขายที่ดินปี 2553 ที่เกิดความไม่สงบทางการเมืองที่ 1.6 พันไร่
กำไร 4Q56 เติบโตเด่นจากการขายกองทุน และรายได้จากที่ดิน
เราคาดว่าจะเห็นผลประกอบการ 4Q56 ของ HEMRAJ เติบโตเด่นสุดในรอบปี ด้วย 2 ปัจจัย จาก (1) กำไรจากการตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (HPF) ราว 1.4 พันล้านบาท (2) กำไรจากการดำเนินงานปกติจากการขายโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวน 730 ไร่ สูงกว่าปกติที่สามารถโอนกรรมสิทธ์เฉลี่ย 300-400 ไร่ ต่อไตรมาสซึ่งทำให้มีรายได้จากการขายที่ดินเพิ่มจากเดิมกว่า 80% หรือประมาณ 900 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการลงทุนใน GHECO-ONE(สัดส่วน 35%) ราว118 ล้านบาท ทำให้ผลประกอบการใน 4Q56 เติบโตเป็นพิเศษ คาดมีรายได้รวม 3.2 พันล้านบาท เติบโต 68%QoQ ทำให้มีกำไรสุทธิรวม 2.6 พันล้านบาท
มีโอกาสจ่ายปันผลพิเศษ
คณะกรรมการฯอยู่ระหว่างพิจารณาจ่ายปันผลพิเศษนอกเหนือจากเงินปันผลปกติที่เราคาดไว้ที่ 16 สตางค์ต่อหุ้น โดยเหลือเป็นเงินปันผลสำหรับงวด 2H56 ที่คาดว่าจะจ่ายหุ้นละ 10 สตางค์ (อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.4%) ในกรณีที่ HEMRAJ จ่ายปันผลเพิ่มจากการนำกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน HPF มาตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น เราคาดว่าเงินปันผลอาจะเพิ่มขึ้นเป็นหุ้นละ 15 สตางค์ หรือคิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผลงวด 2H56 เพิ่มขึ้นเป็น 5%
ปรับประมาณการปี 2556 - 2557
เราปรับประมาณการปี 2556 เพิ่มขึ้น 60% โดยมีกำไรสุทธิ 4.7พันล้านบาทเนื่องจากการขายที่ดินได้ดีกว่าเป้าหมายและโอนกรรมสิทธิ์มากกว่าคาดราว 400 ไร่ สำหรับปี 2557 หากพิจารณาจากงานในมือที่คาดจะรับรู้เป็นรายได้และยอดขายที่ดินที่อาจมีความเสี่ยงจากการเมือง เราจึงปรับลดประมาณการยอดที่ดินที่จะโอนกรรมสิทธิ์ลดลงจาก 1.9 พันไร่ ลดลงเป็น 1.5 พันไร่ โดยจะมีการรับรู้รายได้ราว 75% ของงานในมือปัจจุบัน 2.9 พันล้านบาท (1.1 พันไร่) ทำให้เราปรับประมาณการรายได้และกำไรสุทธิของปี 2557 ลดลง ทำให้มูลค่าเหมาะสมลดลงเป็น 3.70 บาท (ประเมินจาก P/E Multiple ที่ 13 เท่า )









