กสทช. เตรียมแจกคูปองมูลค่า 690 บาท ส่วนลดซื้อ"กล่องและจอทีวี" รับชมทีวีดิจิทัล เม.ย.57
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่าขณะนี้กำหนดการประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ประเภทธุรกิจ จำนวน 24 ช่อง เป็นไปตามกรอบเวลาเดิม คือในเดือนธ.ค.56-ม.ค.57 หลังจากประกาศรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาต จะต้องดำเนินการออกอากาศช่องทีวีดิจิทัลภายใน 30 วัน
"จนถึงขณะนี้ไม่มีสาเหตุให้การประมูลเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิม หรือกระทั่งไม่ทำให้เกิดการประมูล เพราะกสทช. ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย" พ.อ.นที กล่าว
จากแผนการประมูลทีวีดิจิทัลตามกรอบเวลาดังกล่าว ดังนั้น กสทช.ได้เตรียมนำเงินเริ่มต้นประมูล 15,190 ล้านบาท มาจัดสรรเป็น "คูปอง" ส่วนลดให้ 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ เฉลี่ยมูลค่าคูปองใบละ 690 บาท เพื่อนำไปเป็นส่วนลดซื้อกล่องรับสัญญาณ (set top box) และจอทีวีระบบดิจิทัล โดยจะเริ่มแจกคูปองในเดือน เม.ย.2557 ซึ่งจะจัดสรรคูปองตามพื้นที่ที่โครงข่าย (mux) ส่งสัญญาณครอบคลุม คือปีแรกส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ 50% ปีที่สอง 80% ปีที่สาม 90% และปีที่สี่ 95%
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการจอทีวีระบบดิจิทัล ได้รับอนุญาตจัดจำหน่าย 68 รุ่น จาก 8 บริษัท ขณะนี้นำสินค้าเข้ามาจัดจำหน่ายแล้วจำนวน 2 แสนเครื่อง ส่วนกล่องรับสัญญาณ มีผู้ประกอบการได้รับอนุญาตจัดจำหน่ายแล้ว 18 รุ่น จำนวน 8 บริษัท นำเข้าสินค้ามาจำหน่ายแล้ว 5 แสนกล่อง
อย่างไรก็ตามคาดว่าถึงสิ้นปีนี้ จะมีผู้ประกอบการนำเข้าจอทีวีระบบดิจิทัลมาจัดจำหน่ายจำนวน5 แสนเครื่อง และกล่องรับสัญญาณ 1 ล้านกล่อง
นอกจากนี้ บอร์ด กสท. ได้พิจารณากรณี หลังมีมติเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. 3 ฉบับ ที่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การกำหนดดูแลการแข่งขันในกิจการวิทยุโทรทัศน์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ การกำกับดูแลการแข่งขันและการครองสิทธิข้ามสื่อในการกิจการวิทยุโทรทัศน์ ,หลักเกณฑ์กำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อป้องกันการผูกขาดและการแข่งขันไม่เป็นธรรม และหลักเกณฑ์มาตรการแก้ไขผลที่เกิดจากพฤติกรรมการผูกขาด โดยกำหนดให้จัดโฟกัส กรุ๊ป กลุ่มผู้เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล
ทั้งนี้ กลุ่มงานกฎหมายกระจายเสียงและโทรทัศน์ กสทช. เห็นว่าขั้นตอนโฟกัส กรุ๊ปทั้ง 3 ร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าว เป็นการดำเนินการที่ "ขัด" ต่อข้อ 11 ของประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การประมูลทีวีดิจิทัล ซึ่งกำลังอยู่ใน "ช่วงเงียบ" (Silent Period ) บอร์ด กสท.จึง "เห็นชอบ" ให้ชะลอการจัดทำโฟกัสกรุ๊ป กลุ่มผู้ประมูล ว่าหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำกับดูแลการแข่งขันและการครองสิทธิข้ามไว้ก่อน จนกว่ากระบวนการประมูลทีวีดิจิทัล ดำเนินการแล้วเสร็จ
พ.อ.นที กล่าวอีกว่าหากพิจารณา กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลการแข่งขันและการครองสิทธิข้ามสื่อ คือ รัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 47 ระบุว่าเป็น "การกำกับเรื่องการครองสิทธิข้ามสื่อ" และพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา31 ระบุถึง "เพื่อป้องกันการครอบงำกิจการและการจำกัดโอกาสการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร โดยห้ามผู้รับใบอนุญาตถือครองสิทธิข้ามสื่อ ในกิจการใช้คลื่นความถี่ คือวิทยุ และโทรทัศน์ เกิดสัดส่วนที่คณะกรรมการกำหนด
อีกทั้งการกำหนดให้กรณีที่เกิดการฝ่าฝืนประกาศครองสิทธิข้ามสื่อ ให้คณะกรรมการมีคำสั่งแก้ไขภายใน 90 วัน เพื่อให้การถือครองสิทธิเป็นไปตามประกาศ
ดังนั้นจากการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการแข่งขันและการครองสิทธิข้ามสื่อ จึงถือเป็นขั้นตอนของ "การกำกับดูแล" ที่จะเกิดขึ้นหลังการให้ใบอนุญาต จึงไม่เกี่ยวกับการกำหนด "คุณสมบัติ" ของผู้ประมูลทีวีดิจิทัล ที่ต้องดำเนินการในช่องก่อนการประมูล อีกทั้งปัจจุบัน กสทช. ยังไม่มีการออกใบอนุญาตกิจการ "วิทยุ" จึงไม่มีโอกาสที่ผู้เข้าประมูลทีวีดิจิทัลในปัจจุบัน จะกระทำการเข้าข่ายครองสิทธิข้ามสื่อ
นอกจากนี้หลังการให้ใบอนุญาตทีวีดิจิทัล และกิจการวิทยุ และเกิดกรณีการกระทำที่ฝ่าฝืนการ "ครองสิทธิข้ามสื่อ" กสทช.มีหน้าที่แก้ไขกรณีที่เกิดขึ้นภายใน 90 วัน
ดังนั้นกระบวนการจัดทำหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำกับดูแลการแข่งขันและการครองสิทธิข้ามสื่อในการกิจการวิทยุโทรทัศน์ จะดำเนินการหลังจบการประมูลทีวีดิจิทัลแล้ว คาดอยู่ในเดือน ม.ค.ปี 57









