ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ ชู CPF-TUF-KCE หุ้นปลอดภัยจากการเมืองช่วงเดือนธันวาคม
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ ได้ทำการศึกษาย้อนหลังตั้งแต่ปลายปีพ.ศ. 2548 เป็นต้นมา พบว่าเดือนธันวาคมมักเป็นช่วง Outperform ของหุ้นขนาดใหญ่ และขนาดกลางใน SET50 และ SET100 โดยจากการเก็บสถิติย้อนหลังพบว่าหุ้นในกลุ่ม SET50 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.5% ในช่วงเดือนธันวาคม และหุ้นในกลุ่ม SET51-100 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.8% ในช่วงเวลาเดียวกัน การปรับตัวของหุ้นทั้งสองกลุ่มให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นขนาดเล็กที่ไม่ได้อยู่ใน SET100 ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง 1.7%
ทั้งนี้ ปรากฏการณ์การปรับตัวที่ดีกว่าตลาดของหุ้นกลุ่มเหล่านี้น่าจะอธิบายได้จากเม็ดเงิน LTF/RMF ที่มักจะไหลเข้ามาในช่วงเดือนธันวาคมสูงที่สุดของทุกปี ซึ่งผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่มักจะนำไปลงทุนในกลุ่มหุ้นที่มี Liquidity สูงซึ่งได้แก่หุ้นในกลุ่ม SET50 และ SET100 นั่นเองแต่ปรากฏการณ์นี้ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นเพียงแค่ระยะเวลา 1 เดือนเท่านั้น เนื่องจากพอเข้าสู่ช่วงเดือนมกราคมของปีถัดไป หุ้นขนาดใหญ่มักจะมีการปรับตัวลดลง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม SET50 ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในเดือนมกราคมติดลบ 0.6% ซึ่งอาจอธิบายได้จากการไถ่ถอนกองทุน LTF/RMF ที่ครบกำหนดอายุในช่วงต้นปี ดังนั้นหากมีการลงทุนในหุ้นกลุ่ม SET50 ก็ควรที่จะมีการขายหุ้นออกมาก่อนเข้าสู่เดือนมกราคม
ภายใต้ปัจจัยการเมืองภายในประเทศยังคงมีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง กลยุทธ์การลงทุนในเดือนธันวาคมที่เรามองว่าน่าจะปลอดภัยที่สุดได้แก่การ Overweight หุ้นในกลุ่ม SET100 ที่ไม่ได้รับผลประทบจากปัจจัยการเมืองภายในประเทศ หรือเป็นหุ้นในกลุ่ม SET100 ที่ได้อานิสงส์จากการลดดอกเบี้ยและการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งได้แก่ CPF, TUF, KCE, STA, SCC,PTTGC, IVL, TTA, LH, QH, TISCO









