ส.อ.ท. ค้านหยุดงาน ทำอารยะขัดขืน หวั่นกระทบเศรษฐกิจ ความมั่นคงประเทศ ชี้หากชุมนุมยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจร่วงจากโต 4% เหลือ 3.5%
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังการหารืออย่างไม่เป็นทางการ กับสมาชิก ส.อ.ท. ถึงกรณีแกนนำผู้ชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ประกาศ 4 มาตรการอารยะขัดขืน เพื่อยกระดับการชุมนุมต่อต้านการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยมีความเห็นตรงกัน ว่า กรณีการนัดหยุดงานระหว่างวันที่ 13 - 15 พ.ย. เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แม้เป็นเรื่องสิทธิของแต่ละบุคคล เนื่องจาก จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต รวมถึงความเชื่อมั่นของประเทศไทย
ขณะที่ ภาคเอกชนได้มองว่า ปัญหาการชุมนุมขณะนี้น่าจะจบลงได้แล้ว เพราะการต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ขั้นตอนในรัฐสภา ได้ทำการยับยั้งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เหลือเพียงส่งคืนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเท่านั้น จึงอยากเห็นความสงบ และหันหน้ามาช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไป
อย่างไรก็ตาม ไม่เห็นด้วยถึงกรณีให้เอกชน ชะลอการชำระภาษี เนื่องจาก ส.อ.ท. เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ส่งเสริมการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น ฉะนั้น การชำระภาษีเป็นหน้าที่ของพลเมืองดี ทุกคนจึงต้องเสียภาษี หากไม่เสียภาษี ก็ถือเป็นการคอร์รัปชั่นประเภทหนึ่ง
ทั้งนี้ หากมีการชุมนุมที่ยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลกระทบในระยะยาวอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อมั่นในการลงทุน ซึ่งภายในระยะเวลา 1 - 2 เดือนที่ผ่านมา ทาง ส.อ.ท. ได้ประเมินการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่า จะขยายตัวประมาณ 4% แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์การชุมนุม และมีเวลายืดเยื้อต่อไป คาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวประมาณ 3.5% ขณะที่ในปี 2557 ทาง ส.อ.ท. ยังประเมินการขยายตัวไว้ที่ 5% ทั้งนี้ จะมีการประเมินผลกระทบอีกครั้งหนึ่ง หากเกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อ









