ภาวะตลาดที่ผ่านมา : ต้นสัปดาห์ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนค่อนข้างสูงตลอดทั้งวัน
จากแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนที่ยังมองตลาดในเชิงลบ จากเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนตัวลงในไตรมาส 2/56 ประกอบกับ ความกังวลว่าสหรัฐจะชะลอหรือยกเลิกมาตรการ QE สหรัฐยังกดดัน ทิศทางภาพรวมตลาดยังไม่มีความชัดเจน และยังไม่มีปัจจัยเชิงบวกที่จะผลักดันให้ตลาดกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแรง
ปัจจัยภายในประเทศนั้นการประกาศตัวเลขส่งออกของเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง เป็นแรงกดดันต่อตลาด โดยรวมแล้วดัชนียังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบขาลง เนื่องจากเงินทุนไหลออกไปทางฝั่งตะวันตก เพื่อป้องกันความเสี่ยงก่อนรู้ผลการประชุมธนาคารสหรัฐ(เฟด)เรื่องการลดขนาดวงเงินมาตรการ QE รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ ภาพรวมเศรษฐกิจอ่อนตัวลงหลังจากตัวเลข GDP และการส่งออกลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้
โดยมีปัจจัยมาจากเงินบาทที่อ่อนค่า และประเทศอื่นในเอเชียก็มีค่าเงินที่อ่อนค่าด้วย อย่างอินโดนีเซีย, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นต้น
กลางสัปดาห์ปัจจัยที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนเป็นเรื่องเหตุการณ์ในซีเรีย, การชะลอ QE, เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการขอขยายเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ที่ทางรัฐบาลสหรัฐฯจะต้องขอจากสภาคองเกรสในเดือนหน้า(ก.ย.) ก่อนที่จะแตะเพดานหนี้ในเดือนต.ค.
ช่วงปลายสัปดาห์ตลาดหุ้นไทยปรับตัวแบบเทคนิคเคิลรีบาวด์ขึ้น ตามตลาดหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ก็มีการรีบาวด์ขึ้น หลังจากตลาดมีการปรับตัวลงค่อนข้างมากติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน
ปัจจัยด้านเทคนิค: การเคลื่อนไหวของตลาดส่งสัญญาณเชิงลบหลังจากตัดค่าเฉลี่ย 10 วันลงไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และ MACD แสดงค่าเป็นลบมากขึ้นตามลำดับ
กราฟรายวันของดัชนี SET Index สัปดาห์ก่อน ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวลง หลังจากตัดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันลงไปถึง 2 สัปดาห์
เครื่องมือทางเทคนิค MACD ได้แสดงค่าเป็นลบ ชี้ว่าดัชนีมีทิศทางอ่อนตัวลง
สรุป ระยะสั้น แกว่งตัวลง ส่วนระยะกลางมีสัญญาณ sideway down ที่กรอบ 1270-1310 จุด
กลยุทธ์การลงทุน :
สำหรับนักลงทุนระยะสั้น : แนวโน้มยังมีโอกาสรีบาวด์ต่อเนื่องแต่ความสำคัญกับ SET จิตวิทยาที่ระดับ 1,300 จุด หากผ่านขึ้นเหนือระดับ 1,300 จุด เราคาดหวังแรงดีดทางขึ้นที่ต่อเนื่อง แนะนำซื้อเก็งกำไร แต่หาก SET ไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,300 จุด อาจมีแรงขายออกมาทรงตัวดัชนี SET ในกรอบ 1,300-1,270 จุด แนะนำเลือกตัวขาย และการเก็งกำไรสั้น-รอจังหวะที่อ่อนตัว









