"โบอิ้ง"ผู้ผลิตอากาศยานยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ แนะให้สายการบินทั่วโลกตรวจสอบอุปกรณ์ส่งสัญญาณฉุกเฉินที่ผลิตโดยบริษัทฮันนีเวลล์ บนโบอิ้งทุกรุ่น
อุปกรณ์ส่งสัญญาณฉุกเฉิน หรืออีแอลที ถูกติดตั้งบนเครื่องบินโบอิ้งเป็นจำนวนถึง 1,200 ลำ แต่ทางบริษัทแนะนำให้ทุกสายการบินตรวจสอบอย่างครอบคลุมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และรายงานผลกลับมายังโบอิ้งภายใน 10 วัน เพื่อให้ผู้ตรวจสอบการบินตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปโฆษกของโบอิ้งแถลงผ่านทางอีเมลเมื่อวานนี้ว่า บริษัทขอให้ทุกสายการบินที่ใช้เครื่องบินรุ่น 717, เน็กซ์ เจนเนอเรชั่น 737, 747-400, 767 และ 777 ตรวจสอบสภาพการทำงานของอุปกรณ์อีแอลที และเสริมว่าจุดประสงค์ของการตรวจสอบครั้งนี้ก็เพื่อรวบรวมข้อมูลให้กับผู้ตรวจสอบการบิน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของโบอิ้งมีขึ้น หลังจากที่ โบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ ของสายการบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์ส เกิดไฟลุกไหม้ขณะจอดอยู่ที่สนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งผู้ตรวจสอบอุบัติภัยทางอากาศในอังกฤษพบว่าต้นเพลิงน่าจะมาจากช่องใส่อุปกรณ์อีแอลที และแนะนำให้สายการบินทั่วโลกตรวจสอบอุปกรณ์ซึ่งใช้พลังงานจากแบตเตอรีลิเธียมตัวนี้
สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือเอฟเอเอ ได้มีคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ให้ทุกสายการบินที่ใช้โบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ ถอดหรือตรวจสอบอุปกรณ์อีแอลทีของบริษัทฮันนีเวลล์ แต่ยังไม่ได้ขยายคำสั่งให้ครอบคลุมถึงเครื่องบินรุ่นอื่นๆด้วย
ทั้งนี้ อุปกรณ์อีแอลทีถูกออกแบบมาเพื่อช่วยระบุตำแหน่งของเครื่องบิน ในกรณีที่เครื่องบินประสบอุบัติเหตุตกกระแทก









