ผลประกอบการเติบโตจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
กำไรมีเสถียรภาพในระยะยาวหลังขยายกำลังการผลิตเต็มที่
เราประเมินว่าผลประกอบการปี 2556 ของ CKP จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักของกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นหลังโรงไฟฟ้า Cogeneration (BIC1) เริ่มเดินเครื่องในเดือน มิ.ย. อีกทั้งบริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 3 หน่วยเต็มทั้งปี ในระยะยาว เรามองว่าผลประกอบการค่อนข้างมีเสถียรภาพและเติบโตโดดเด่นกว่าอุตสาหกรรม ด้วยอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นเฉลี่ย (ปี 2556 – 2560) ที่ระดับ 30% ต่อปี หลังรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้า Cogeneration โครงการบางปะกงหน่วยที่ 1 ในปี 2557 รวมทั้งส่วนต่อขยายหน่วยที่ 2 ในปี 2560
หากถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าไซยะบุรี จะเพิ่มมูลค่าหุ้นอีก 7.60 บาท
เราประเมินมูลค่าเหมาะสมของ CPK ไว้ที่ 15 บาท แต่มีโอกาสปรับมูลค่าเหมาะสมเพิ่มหากมีความชัดเจนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากโครงการน้ำบาก 1 และโครงการไซยะบุรี ที่บริษัทมีแผนจะเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2562 ปัจจุบันโครงการไซยะบุรีซึ่งเป็นโครงการสำคัญยังมี CK เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 50% โดย CK มีแผนทยอยขายหุ้นทั้งหมดให้กับ CKP ก่อนที่โครงการจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ เราประเมินมูลค่าเหมาะสมของโครงการไซยะบุรีไว้ที่ 7.60 บาทต่อหุ้น ตามสัดส่วนการถือหุ้นของ CK ซึ่งจะทำให้มูลค่าเหมาะสมเพิ่มเป็น 22.5 บาท
Synergy ของกลุ่ม CK ทำให้ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจลดลง
CKP ยังมีโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างและรอเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) จำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ CKP มีกำลังการผลิตเพิ่มเฉลี่ย 23% ต่อปี แม้ด้านหนึ่งจะมีความเสี่ยงจากความล่าช้าในการก่อสร้าง รวมทั้งยังมีความไม่แน่นอนในการเซ็นสัญญา PPA แต่แรงผนึกทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัท ช.การช่าง (CK) โดยให้ CKP เป็นแกนนำในการลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้า ขณะที่ CK เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงการ ทำให้ความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวลดลงเนื่องจาก CK มีประสบการณ์สูงในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า
ราคาหุ้นถือว่าสูง เมื่อเทียบกับธุรกิจไฟฟ้าในประเทศ
เราเชื่อว่าราคาหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงบวกในการเข้าซื้อขายวันแรก เนื่องจาก CKP มีการเติบโตของผลประกอบการที่โดดเด่น แต่หากพิจารณาจากราคา IPO ที่ระดับ 15.0 บาทถือว่าอยู่ในระดับสูง คิดเป็นอัตราส่วน P/BV สูงถึง 2 เท่า (ค่าเฉลี่ยธุรกิจอยู่ที่ 1.5 เท่า) ขณะที่อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นต่ำเพียง 3% (ค่าเฉลี่ยธุรกิจอยู่ที่ 12%) แม้เราคาดว่า CKP จะสามารถจ่ายเงินปันผล แต่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลต่ำเพียง 2% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯที่มีผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 4%









