วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกแนะซื้อ 50 หุ้นดักปันผลครึ่งปี

โบรกฯแนะ 50 หุ้นปันผล ดักปันผลครึ่งปีแรก เป็นหุ้นใหญ่ 18 บริษัท และหุ้นขนาดกลางและเล็ก 32 บริษัท 9 ปีย้อนหลังให้ผลตอบแทน 7-9%

บทวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัสระบุว่า หลังจากรายงานงบการเงินงวดไตรมาส 2 ปี 2556 ซึ่งจะเสร็จประมาณกลางเดือนส.ค.นี้ คาดว่าบริษัทจดทะเบียน(บจ.) จะทยอยประกาศการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2556 โดยจากการศึกษาข้อมูล 9 ปีย้อนหลัง พบว่าราคาของหุ้นที่มีการจ่ายปันผลมักจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นล่วงหน้า 2 เดือน ก่อนหน้าวันขึ้นเครื่องหมายผู้ถือหุ้นไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล ( XD) จากแรงซื้อเพื่อได้สิทธิ์รับเงินปันผล ประมาณ 7-9% จึงน่าจะเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นปันผลเด่น

ฝ่ายวิจัยจึงได้ประเมินกลยุทธ์ลงทุนหุ้นปันผลที่เหมาะสม ผ่านการศึกษาพฤติกรรม ราคาหุ้นที่บริษัทได้ทำวิจัย โดยเลือกเฉพาะบริษัทที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลสูง และจ่ายติดต่อกันตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป พบว่ามีทั้งหมด 50 บริษัท โดยจำแนกตามขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) 2 กลุ่ม คือ 1.มาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ (บิ๊กแคป) มูลค่าตลาดมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท มี 18 บริษัท และ 2.มาร์เก็ตแคปขนาดกลาง และขนาดเล็ก (มิดแอนด์ สมอลล์แคป) มูลค่าตลาดต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท มี 32 บริษัท

สำหรับหุ้นบิ๊กแคปนั้น จากการศึกษาพบว่าจะต้องซื้อหุ้นปันผลเด่น ล่วงหน้าก่อนประกาศขึ้นเครื่องหมาย XD 2 เดือน แล้วขายทำกำไร หลังขึ้นเครื่องหมาย XD 2 สัปดาห์ ซึ่งจะให้ผลตอบแทนในอดีตเฉลี่ย 7% ด้วยความน่าจะเป็นประมาณ 71% และหากต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น สามารถถือหุ้นในเวลาที่ยาวขึ้นได้ โดยหากต้องการขายหุ้นหลังขึ้นเครื่องหมาย XD 1 เดือน จะได้ผลตอบแทนอดีตเฉลี่ย 7.8% แต่โอกาสหรือความน่าจะเป็นอาจจะลดน้อยลงเหลือ 70%

หุ้นกลุ่มนี้ที่น่าสนใจ คือ บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น (INTUCH) ผลตอบแทนในอดีตเฉลี่ยประมาณ 10.1-11.6% และคาดว่าอัตราการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลคาดว่าจะสูงถึง 4.3% ในงวดครึ่งปีแรก และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เนื่องจากมีผลตอบแทนเฉลี่ยในอดีตค่อนข้างสูง 6-6.8% คาดว่าอัตราการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอยู่ที่ระดับ 2%

ส่วนหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กนั้น ควรเข้าซื้อก่อนขึ้นเครื่องหมาย 2 เดือน แล้วขายหลังวันปลดเครื่องหมาย 2 สัปดาห์ จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 9% และหากพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน และมูลค่าหุ้นประกอบพบว่าหุ้นที่น่าสนใจสูงสุดมี 4 แห่งคือ บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ (SNC) บริษัท ศุภาลัย (SPALI) บริษัท น้ำประปาไทย (TTW) และ บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส (KCAR)

ทั้งนี้ บริษัท เอสเอ็นซี มีผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 16.8% ด้วยโอกาสที่เกิดคาดว่าจะมีอัตราการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลถึง 4.1% บริษัท ศุภาลัย ผลตอบแทนอดีตเฉลี่ยสูงถึง 24.3% มีอัตราการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอยู่ที่ 2.1% และบริษัทน้ำประปาไทย อัตราผลตอบแทนอดีตเฉลี่ย 4.4% คาดว่า จะมีอัตราตราเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลที่ 2% ในงวดครึ่งปีแรก