ตลาดนัดรถไฟ วุ่นไม่เลิก มาเฟียชุดดำกันไม่ให้เข้าพื้นที่ขายใหม่ "ประภัสร์"สั่งเคลียร์ปัญหา ย้ำสัปดาห์นี้ต้องขายที่ใหม่
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า ในวันนี้ (4 มิ.ย.) ผู้ค้าตลาดนัดรถไฟ ได้ทยอยเดินทางมายังโกดังเก็บพัสดุของคืน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ รฟท. เปิดให้ผู้ค้ามาลงทะเบียน เพื่อขอรับสิทธิ์เพื่อเข้ามาค้าขายในบริเวณดังกล่าวเป็นการชั่วคราว 5 เดือน แต่ปรากฎว่ามีกลุ่มชายชุดดำประมาณ 10 คน เข้าไปขัดขวางการเข้าพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ รฟท. และกลุ่มผู้ค้า
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รฟท. จึงได้แจ้งกับกลุ่มผู้ค้า ประมาณ 500 คน เพื่อขอเปลี่ยนแปลงสถานที่นัดหมาย โดยให้ผู้ค้าทั้งหมดย้ายไปรวมตัวกันที่โกดัง 3 ซึ่งเป็นตลาดนัดรถไฟเดิม เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดปัญหาความไม่ปลอดภัย หากเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่มมาเฟียกับผู้ค้า นอกจากนั้น ตนยังได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟกว่า 10 นาย เข้าไปตรวจสอบสถานการณ์บริเวณโกดังพัสดุของคืน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ รฟท. ผ่อนผันให้ผู้ค้าตลาดนัดรถไฟเข้าไปขายของ ยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าว รฟท. ไม่เคยทำสัญญาให้เอกชนรายใดเข้าไปใช้ประโยชน์
"ผมรับปากกับกลุ่มผู้ค้าตลาดนัดรถไฟไปแล้วว่า จะให้ใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว เพราะได้ตรวจสอบแล้วว่าไม่มีใครใช้ประโยชน์ ยืนยันว่ารฟท.จะให้ใช้พื้นที่บริเวณนั้นต่อไป จะไม่ให้ใคร หรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลกลุ่มไหนเข้าไปบุกรุก เหมือนกับที่ดิน 35 ไร่ บริเวณใกล้สถานีขนส่งหมอชิต ซึ่งผมยอมไม่ได้ที่จะให้ใครบุกรุกพื้นที่ของรฟท." นายประภัสร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการที่ตนลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหา บริเวณตลาดนัดรถไฟ เบื้องต้นพบว่า กลุ่มชายชุดดำ เป็นกลุ่มผู้เช่าช่วง กับคู่สัญญาเก่า ที่เคยเช่าใช้พื้นที่ แต่ขณะนี้สัญญาเช่าพื้นที่กับ รฟท. หมดไปนานแล้ว ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ยังไม่รู้ และเมื่อมีการเจรจาทำความเข้าใจ กลุ่มคนดังกล่าวก็ยอมรับ และเปิดทางให้ผู้ค้าจากตลาดนัดรถไฟ สามารถเข้าไปจัดสรรพื้นที่ทำการค้าได้
ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ของรฟท. เพื่อใช้ประโยชน์โดยมิชอบนั้น จะต้องเดินหน้านโยบายของกระทรวงที่จะทำให้พื้นที่ของรฟท.เป็นพื้นที่ปิด เพื่อความปลอดภัย โดยจะมีการล้อมรั้วเป็น 2 ลักษณะ คือ การล้อมรั้วเพื่อความปลอดภัย จะเป็นการล้อมรั้วบริเวณเขตทาง โดยจะเปิดทางให้ประชาชนข้ามผ่านได้เป็นจุด ๆ เท่านั้น
ขณะที่การล้อมรั้วบริเวณสถานี จะเป็นการล้อมรั้ว เพื่อแสดงอาณาเขตของรฟท. เพื่อให้สะดวกต่อการรักษาความปลอดภัย และบริหารจัดการ โดยเฉพาะพื้นที่ว่างของรฟท. ที่มักถูกบุกรุก และแอบอ้างสิทธิในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่โดยมิชอบ ซึ่งรฟท. จะเริ่มทำการล้อมรั้วที่สถานบางซื่อก่อนเป็นแห่งแรก ส่วนสถานีอื่น ๆ จะต้องพิจารณาดำเนินการเป็นรายสถานีไป









