เหวี่ยงตัวไม่ต่ำกว่า 1,560 จุด ยังคาดหวังการเหวี่ยงขึ้นไปที่เป้ารายสัปดาห์ที่ 1,580 จุด
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ ตราบใดที่ SET ยังคงไม่ส่งสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน (ปิดต่ำกว่า 1,560 จุดอีกครั้ง) เรามองว่าตลาดหุ้นไทยสามารถแกว่งตัวขึ้นต่อได้ แม้ว่าเราจะประเมินว่าแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติจะกลับมาเร็วสุดคือกลาง พ.ค.2556 เพราะนอกจากความคาดหวังเกี่ยวกับผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันนี้และยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสฯหน้าแล้ว ประเด็น Earnings Surprise ของตลาดหุ้นสหรัฐ จะยังคงเป็นปัจจัยที่หนุนทิศทางของตลาดหุ้นเอเชีย และไทยต่อไป หลังจากที่ล่าสุด 73% จาก 237 บริษัทใน S&P500 ที่ประกาศงบไตรมาสที่ 1 ออกมาแล้ว มีกำไรสูงกว่าที่ Bloomberg Consensus คาด ส่งผลให้มีความเป็นไปได้ว่ากำไรสุทธิของบริษัทใน S%P500 ทั้งหมดจะดีกว่าที่ Bloomberg คาดไว้ว่าจะลดลง 1.1% YoY ขณะที่ล่าสุด Bloomberg ประเมินว่ากำไรสุทธิของ S&P500 โดยเฉลี่ยจะพลิกกลับมาปรับตัวขึ้นถึง 5.5% YoY ในไตรมาสที่ 2 ดังนั้นตราบใดที่ SET ยังปิดไม่ต่ำกว่า 1,560 จุดลงมา SET ยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปที่เป้าหมายระยะสั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ที่ 1,580 จุด
- เรายังมองว่าประเด็นการแข็งค่าขึ้นมาของค่าเงินบาทจะเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้นๆเท่านั้น แม้ว่าค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปี 2556 จะแข็งค่าเร็วกว่าที่เราคาด แต่ระดับการแข็งค่าเป็นสิ่งที่เราประเมินไว้อยู่แล้ว โดยที่เราให้สมมติฐานว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และ 27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ในต้นปีแล้ว นอกจากนี้เรายังคงไม่ได้นำความน่าจะเป็นที่แบงก์ชาติอาจออกมาตรการมาควบคุมค่าเงินบาทมาพิจารณาด้วย เพราะที่ผ่านมาแบงก์ชาติออกมาปฏิเสธหลายครั้งแล้ว
- กลยุทธ์การลงทุน ลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,560 (+/-5) จุด โดยมีเป้าหมายระยะสั้น 1,580 จุดก่อน ในหุ้น BBL, BAY, LIVE, SEAFCO, CK, LH, SIRI, BCP, KAMART, AH, MSC และ INET อย่างไรก็ดีในกรณีที่ SET ปิดต่ำกว่า 1,560 (+/-5) จุด จะเป็นจังหวะที่ควรขายลดความเสี่ยงออกมาก่อน









