เงินบาทลดช่วงบวกในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่หุ้นไทยเข้าสู่ภาวะปรับฐาน ท่ามกลางความกังวลจากปัจจัยทั้งในและนอกประเทศ
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง ขณะที่ธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.65% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.75% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 25-29 มี.ค. 2556 ธนาคารพาณิชย์จะมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.75%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.19% ในวันศุกร์ ลดลงเมื่อเทียบกับ 3.20% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยทรงตัว ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี หลังกระแสเงินทุนไหลเข้าชะลอตัวลง จากนั้นอัตราผลตอบแทนปรับลดลงในวันศุกร์ โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับประเด็นไซปรัส
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 1.91% ในวันพฤหัสบดี ลดลงเมื่อเทียบกับ 1.99% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ จากความกังวลเกี่ยวกับแนวคิดในการเก็บภาษีเงินฝากของไซปรัสเพื่อแลกกับการให้ไซปรัสได้รับเงินช่วยเหลือ 1 หมื่นล้านยูโร จากนั้น อัตราผลตอบแทนปรับเพิ่มขึ้นในวันพุธ หลังเฟดยังคงมาตรการซื้อพันธบัตรมูลค่า 85 พันล้านดอลลาร์ฯ ต่อเดือน อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนปรับลดลงอีกครั้งในวันพฤหัสบดี หลังแผนการช่วยเหลือไซปรัสที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 16 ปี ก่อนลดช่วงบวกลงปลายสัปดาห์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังทะลุผ่านระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 29.50 และได้เข้าทดสอบแนวต้านใกล้ 29.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางแรงหนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้า และคำสั่งขายเงินดอลลาร์ฯ ที่มาจากหลายด้าน ขณะที่ ทางการไทยยังไม่ส่งสัญญาณใช้มาตรการดูแลค่าเงินบาท แต่กระนั้น เงินบาทได้ลดช่วงบวกลงในช่วงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับการชะลอตัวของเงินทุนไหลเข้า และแรงขายอย่างหนักในตลาดหุ้นไทย
ในวันศุกร์ (22 มี.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 29.29 เทียบกับระดับ 29.52 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (15 มี.ค.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (25-29 มี.ค. 2556) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 29.00-29.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตาสัญญาณการชะลอตัวของกระแสเงินทุนไหลเข้า และสัญญาณของมาตรการดูแลค่าเงินบาท (แม้ทางการไทยยังไม่ส่งสัญญาณ ณ ขณะนี้) รวมถึงทางออกสำหรับวิกฤตการณ์ในไซปรัสที่ถูกขีดเส้นตายไว้ในวันจันทร์ (25 มี.ค.) ที่ ECB จะระงับการปล่อยเงินกู้ฉุกเฉินแก่ธนาคารพาณิชย์ของไซปรัส ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI เขตชิคาโก เดือนมี.ค. ยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.พ. ดัชนีราคาบ้านเดือนม.ค. จีดีพีประจำไตรมาส 4/2555 (รอบสุดท้าย) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ อาจมีแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ในตลาดในประเทศก่อนเข้าช่วงปิดสิ้นปีงบประมาณของญี่ปุ่นปลายเดือนมี.ค.ด้วยเช่นกัน อนึ่ง ตลาดหุ้นและตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันที่ 29 มี.ค. เนื่องในวัน Good Friday
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
เงินยูโรอ่อนค่าลงท่ามกลางความกังวลต่อปัญหาไซปรัส ที่ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากที่รัฐสภาไซปรัสลงมติปฏิเสธข้อเสนอในการเก็บภาษีเงินฝากธนาคาร ซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่งในข้อตกลงความช่วยเหลือทางการเงิน 1.0 หมื่นล้านยูโรของยุโรป ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว จุดชนวนความกังวลต่อการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลไซปรัส เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะล้มละลายในภาคธนาคาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบยูโรโซนโดยรวม นอกจากนี้ เงินยูโรยังมีปัจจัยลบจากสัญญาณอ่อนแอของภาคการผลิตยูโรโซนที่สะท้อนจากดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนมี.ค. อีกด้วย อนึ่ง ผลการประชุมเฟดที่ตอกย้ำการใช้มาตรการ QE ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า หนุนค่าเงินยูโรได้เพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น
เงินเยนกลับมาแข็งค่าขึ้น ในช่วงปลายสัปดาห์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลต่อปัญหาของไซปรัสและความเปราะบางของเศรษฐกิจยุโรป ขณะที่ ถ้อยแถลงหลังเข้ารับตำแหน่งของผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คนใหม่ไม่ได้ส่งสัญญาณว่า จะรีบผ่อนคลายนโยบายการเงินเชิงรุกก่อนการประชุมรอบปกติของ BOJ
ในวันศุกร์ (22 มี.ค.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.2931 เทียบกับระดับ 1.3074 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (15 มี.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 94.49 เทียบกับ 95.24 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ภาวะปรับฐาน จากความกังวลจากปัจจัยทั้งในและนอกประเทศ ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,478.97 จุด ลดลง 7.46% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 6.63% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 77,644.41 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 436.42 จุด ลดลง 13.71% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับไซปรัส และการแข็งค่าของเงินบาทสู่ระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี ที่อาจกดดันให้ทางการพิจารณาออกมาตรการดูแลค่าเงิน ขณะที่นักลงทุนขายทำกำไร จากความกังวลต่อความเป็นไปได้ของการดำเนินการตามโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท รวมถึงต่อประเด็นด้านเสถียรภาพของรัฐบาล
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 25-29 มี.ค. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสฟื้นตัว โดยต้องติดตามประเด็นเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือไซปรัส สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ จีดีพีไตรมาส 4/2555 (ครั้งสุดท้าย) และความเชื่อมั่นผู้บริโภค ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,414 และ 1,393 ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,500 และ 1,526 ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนี DJIA ปรับลดลงท่ามความไม่แน่นอนต่อแผนการช่วยเหลือไซปรัส โดยในวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 14,421.49 จุด ลดลง 0.64% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหาภาคธนาคารไซปรัสว่าอาจจะลุกลามออกไป อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นในวันพุธ รับข่าวที่เฟดยังคงมาตรการซื้อพันธบัตรมูลค่า 85 พันล้านดอลลาร์ฯ ต่อเนื่อง ก่อนที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับลดลงอีกครั้งในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่อแผนการช่วยเหลือไซปรัส ขณะที่ตัวเลขการขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดัชนี Nikkei ปรับลดลง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับไซปรัส โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 12,338.53 จุด ลดลง 1.77% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นร่วงลงในวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวคิดในการเก็บภาษีเงินฝากของไซปรัสเพื่อแลกกับการให้ไซปรัสได้รับเงินช่วยเหลือ 1 หมื่นล้านยูโร ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อหุ้นกลับคืน หลังเฟดยังคงมาตรการผ่อนคลายสภาพคล่องต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับร่วงลงอีกครั้ง จากความกังวลต่อแผนการช่วยเหลือไซปรัสที่ยังไม่ได้ข้อสรุป









