วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผลสำรวจซีอีโอเดือนก.พ.ธุรกิจจ่อขึ้นสินค้า

กรุงเทพธุรกิจ-ศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดผลสำรวจซีอีโอเดือนก.พ. ธุรกิจจ่อขึ้นราคาสินค้า หากต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มขึ้น

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ร่วมกับ ศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPURC) เปิดผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหาร CEO Sentiment Index ประจำเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม จากการสำรวจความเห็นของผู้บริหารบริษัท จำนวน 402 คน ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์- 8 มีนาคม ที่ผ่านมา เกี่ยวกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ พบว่า ผู้บริหารส่วนใหญ่คาดว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลง เห็นได้จากดัชนีภาวะเศรษฐกิจมีค่าลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2556 โดยในเดือนมีนาคม-เมษายน แนวโน้มดัชนีมีค่าลดลงเป็น 13 และ 5 จุด ตามลำดับ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มลดลง คือ ความกังวลเรื่องต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากต้นทุนด้านพลังงาน ต้นทุนค่าแรง ต้นทุนของวัตถุดิบ ที่อาจปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสที่สอง และการแข็งค่าของเงินบาทที่มีผลต่อการส่งออก

พลังงาน-ค่าแรง ปัจจัยมีผลต่อธุรกิจไตรมาส 2

สำหรับปัจจัยสำคัญ 5 อันดับแรกที่มีผลต่อการทำธุรกิจในไตรมาสที่สอง คือ ต้นทุนค่าขนส่งและพลังงาน (3.6) ต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้น (3.6) ต้นทุนวัตถุดิบ (3.5) สภาวะเศรษฐกิจของไทย (3.4) และการแข็งขึ้นของค่าเงินบาท (3.3)

เตรียมขึ้นราคาสินค้า หากราคาพลังงานเพิ่ม

สำหรับผลกระทบต่อต้นทุน ที่คาดว่าจะเกิดจากการขึ้นราคาพลังงาน ได้แก่ LPG NGV น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และไฟฟ้า จากการสอบถามเฉพาะธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในภาคขนส่ง พบว่า ผู้ที่ระบุว่าการขึ้นราคาไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อต้นทุนมากที่สุด คิดเป็น 35.3% น้ำมันดีเซล 28.2% NGV 14.5% LPG 11.3% และน้ำมันเบนซิน 10.7%
แนวทางในการปรับตัวต่อปัญหาพลังงานนั้น ผู้บริหาร 68.4% ระบุว่า จะปรับขึ้นราคาสินค้า ขณะที่ผู้บริหารอีก 55.0% ระบุว่าจะลดต้นทุนการผลิตในส่วนอื่นที่ไม่ใช่พลังงาน 47.1% จะดูแลรักษาเครื่องจักร/อุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดี 30.7% ลดงบประมาณด้านการลงทุนระยะยาว และ 25.9% นำเครื่องจักร/อุปกรณ์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมาใช้

ดัชนีต้นทุนส่อปรับตัวสูงขึ้น

ส่วนดัชนีด้านการทำธุรกิจซึ่งมี 4 ด้านด้วยกัน คือ ดัชนีด้านรายได้ ดัชนีด้านต้นทุน ดัชนีด้านการจ้างงาน และดัชนีด้านสภาพคล่องนั้น น่าสังเกตว่า ดัชนีด้านต้นทุนซึ่งอยู่ในระดับ 23 จุดในเดือนกุมภาพันธ์ได้เพิ่มขึ้นเป็น 31 จุดในเดือนมีนาคม และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 40 จุดในเดือนเมษายน แสดงให้เห็นถึงความกังวลใจเรื่องการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการทำธุรกิจในเดือนมีนาคมและเมษายนนี้

ส่วนดัชนีรายได้ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม จะมีค่า 15 จุด และ 8 จุด ตามลำดับ สะท้อนว่าโดยรวมแล้วธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่สามารถสร้างรายได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 ให้เพิ่มขึ้นได้มาก ขณะที่การคาดการณ์รายได้ช่วงเดือนเมษายนมีทิศทางที่ลดลงต่อไป

ขณะที่มีการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงของรายได้กับการเพิ่มขึ้นของต้นทุน จึงส่งผลให้ดัชนีสภาพคล่องที่คาดการณ์ไว้มีค่าลดลงเป็น 21 จุด และ 12 จุดในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมตามลำดับ และคาดว่าจะลดลงเป็น 10 จุด ในเดือนเมษายน

การลดลงของสภาพคล่องได้ส่งผลต่อการจ้างงานเพิ่ม ทำให้ดัชนีการจ้างงานที่มีค่า 15 จุดในเดือนกุมภาพันธ์ ลดลงเป็น 6 จุด และ 4 จุดในเดือนมีนาคมและเมษายน

ผลการสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลใจเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน และต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ

นอกจากนี้ หากปัญหาภัยแล้งรุนแรงขึ้นจนส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น จะทำให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้จ่าย ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลให้ไตรมาสที่สองของปี 2556 เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับธุรกิจไทยอีกครั้งหนึ่ง