วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เงินยังไหลเข้าตลาดบอนด์ ห่างไกลฟองสบู่

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยเผยต่างชาติยังโยกเงินเข้าลงทุนตลาดบอนด์ต่อเนื่อง ยอดถือครองสุทธิแตะ 7.9 แสนล้าน ห่างไกลฟองสบู่

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยในปีนี้ยังมีการซื้อสุทธิเข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีแต่ก็ไม่ได้เป็นระดับที่มากผิดปกติอะไรที่จะส่งผลกระทบต่อทิศทางค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นมากเพราะปัจจัยที่กระทบเรื่องของค่าเงินนั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน ยอดซื้อสุทธิที่โผล่มาก 20,000 ล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นรายการที่เกิดขึ้นพิเศษไม่ใช่รายการปกติเป็นการเข้ามาซื้อพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ ซึ่งมีแผนจะกระจายให้นักลงทุนต่างประเทศอยู่แล้วประมาณ 50% จากวงเงินที่ออก 40,000 ล้านบาท

"ถ้ามองโดยภาพรวมแนวโน้มการซื้อของนักลงทุนต่างชาติในเดือนก.พ.56 ก็ลดลงเหลือ 81,000 ล้านบาท จากเดือนม.ค.56 ที่ 110,000 ล้านบาท ทำให้ยอดถือครองสุทธิต่างชาติไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก เฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมาต่างชาติซื้อเดือนละ 10,000 ล้านบาท ก็ไม่ได้มากมายอะไร"

อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงมีข้อมูลและติดตามดูเงินร้อนที่อาจจะมาสร้างปัญหาอยู่แล้ว หากมีอะไรทางธปท.ก็คงมีมาตรการที่พร้อมจะออกมาดูแลปัญหาเพื่อดูแลค่าเงินบาทตลอดจนการเข้ามาเก็งกำไรของนักลงทุนต่างชาติได้อยู่แล้ว แต่สัญญาณที่เห็นจากการลงทุนในตลาดตราสารหนี้เองไม่ได้พบอะไรที่ผิดปกติแต่ประการใด

น.ส.อริยา ยังกล่าวอีกว่า เงินลงทุนที่เข้ามาของต่างชาติในช่วงหลังพบว่ามีการกระจายไปลงทุนในตราสารหนี้อายุยาวมากขึ้นจากเดิมในช่วงต้นปีที่เงินใหม่ที่เข้ามาจะเข้าลงทุนในตราสารหนี้อายุสั้นค่อนข้างมากประมาณ 90% แต่ตอนนี้ก็มีกระจายเข้ามาในตัวยาวมากขึ้นประมาณ 40% ซึ่งในตลาดการลงทุนคงมีทั้งนักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรระยะสั้นและนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนจริงๆ ซึ่งนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสถาบันที่มีกลยุทธ์ในการลงทุนค่อนข้างชัดเจน และหากมองดูจากยอดถือครองสุทธิของต่างชาติในปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 9.32% ของมูลค่าตลาดตราสารหนี้คงค้างรวม เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี55 ที่ 8.3% แต่สัดส่วนของการถือครองตราสารหนี้ระยะยาวก็ยังมากกว่าคือประมาณ 65% ในขณะที่เป็นตราสารหนี้ระยะสั้น 35% เปลี่ยนแปลงจากสิ้นปี55 เล็กน้อยที่มีสัดส่วนของตราสารหนี้ระยะยาว 70% และตราสารหนี้ระยะสั้น 30% ก็ยังเห็นว่าเป้นเงินที่เข้ามาลงทุนระยะยาวเป็นส่วนใหญ่

ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของไทย 2.75% ในขณะที่สหรัฐอยู่ 0.25% แนวโน้มเงินทุนต่างชาติก็ยังไหลเข้าในตลาดเกิดใหม่ทั้งหุ้นและตราสารหนี้อย่างต่อเนื่องรวมทั้งไทยด้วยเช่นกัน เพราะผลตอบแทนมากกว่าชัดเจนนี่ยังไม่รวมกำไรที่จะได้จากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้น ถึงไทยจะลดดอกเบี้ยลงก็ยังคงให้ผลตอบแทนมากกว่าอยู่นั่นเอง เงินทุนต่างชาติจึงยังมีแนวโน้มที่จะไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ไทยต่อเนื่องเช่นกันซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดอื่นในภูมิภาค ส่วนจะเข้าประเทศไหนมากหรือน้อยขึ้นกับการจัดสรรเงินของต่างชาติที่เขามองไว้เป็นหลัก แต่โอกาสที่จะเกิดฟองสบู่ในตลาดตราสารหนี้เหมือนในตลาดหุ้นคงยาก เพราะตลาดตราสารหนี้ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสถาบันเป็นผู้เล่นหลัก กลยุทธ์การลงทุนค่อนข้างชัดเจนจึงไม่น่ากังวลในประเด้นนี้แต่ประการใด”