วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

VGI : ถือ

กำไร 3Q55/56 ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นสะท้อนพื้นฐานแล้ว

กำไร 3Q55/56 อยู่ที่ 271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% QoQ และ 306% YoY


VGI รายงานกำไรงวด 3Q55/56 (ต.ค.-ธ.ค. 55) ที่ 271 ล้านบาทดีกว่าคาด 5% โดยรายได้รวมเติบโต 4% QoQ และ 51% YoY เป็น 761 ล้านบาท จากสื่อโฆษณาและพื้นที่เช่าในโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสและสื่อโฆษณาในห้างค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น 2 – 7% QoQ เนื่องจากการปรับเพิ่มนาทีโฆษณาสื่อดิจิตอลในขบวนรถไฟฟ้าและเป็นช่วงไฮซีซั่นของการใช้สื่อโฆษณาในห้างค้าปลีก หากเทียบกับงวด 3Q54/55 รายได้เติบโตกว่า 26 – 83% YoY เนื่องจากจำนวนตู้รถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 48 ตู้ ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค. 2554 และจากการได้สัญญาบริหารพื้นที่สื่อโฆษณาในห้างค้างปลีกเพิ่มขึ้นในช่วง 2H54/55 โดยเฉพาะพื้นที่ Sales floor จาก Big C และ Tesco lotus


ทยอยเพิ่มตู้รถไฟฟ้า และสื่อโฆษณาในห้างยังมีช่องว่างการเติบโตอีกมาก


ปี 2556 VGI มีแผนรับบริหารสื่อโฆษณาตู้รถไฟฟ้าบีทีเอสอีกราว 35 – 55 ตู้ รวมเป็น 208 ตู้ ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่ขายสื่อโฆษณาเพิ่มขึ้น และมีโอกาสปรับขึ้นค่าโฆษณาสื่อดิจิตอลในรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เราคาดงวดปี 2555/56 – 2556/57 VGI จะมีรายได้จากสื่อโฆษณาและพื้นที่เช่าในโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสเติบโต 30% YoY และ 17% YoY ตามลำดับ ขณะที่รายได้จากสื่อโฆษณาในห้างค้าปลีกของ VGI ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาจากปัจจุบันมีอัตราการใช้โฆษณาอยู่ที่เพียงประมาณ 40% เท่านั้น


คาดกำไรปี 2555/56 - 2556/57 เติบโตโดดเด่น


เราคาดกำไรงวดปี 2555/56 (เม.ย. 55 – มี.ค. 56) จะเติบโตโดดเด่นกว่า 244% YoY เนื่องจากการเติบโตของรายได้สื่อโฆษณาในโครงการรถไฟฟ้าและห้างค้าปลีกราว 30 – 71% YoY ประกอบกับการปรับลดส่วนแบ่งรายได้ค่าสิทธิการบริหารพื้นที่ในโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสจาก 50% เหลือเพียง 5% เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค. 2555 เป็นต้นมา ทำให้ VGI มีความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้น ขณะที่ปี 2556/57 (เม.ย. 56 – มี.ค. 57) คาดว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่องราว 29% YoY ตามจำนวนตู้รถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการเพิ่มอัตราการใช้สื่อโฆษณาในห้างค้าปลีก เราคาดรายได้รวมปี 2556/57 จะเติบโตราว 13% YoY เป็นราว 3.4 พันล้านบาท


ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นสะท้อนปัจจัยพื้นฐานแล้ว เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ถือ”


อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาที่ระดับราคาหุ้น VGI พบว่าได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสะท้อนแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการงวดปี 2556/57 แล้ว สูงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินราว 6% และคิดเป็น P/E Ratio ’56 สูงถึงประมาณ 28 เท่า เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ถือ” (จากเดิม “ซื้อ”)