ยอดผลิตรถเดือน ธ.ค. 55 อ่อนตัวลงเล็กน้อย MoM แต่ยังเติบโตสูง YoY
เดือน ธ.ค. 55 ยอดผลิตรถยนต์ลดลง 14% MoM แต่เพิ่มขึ้น 123% YoY
ศูนย์สารสนเทศยานยนต์รายงานยอดผลิตรถยนต์เดือน ธ.ค. 55 อยู่ที่ 2.2 แสนคัน ลดลง 14% MoM เนื่องจากเดือน ธ.ค. มีวันหยุดยาวในช่วงปีใหม่ทำให้โรงงานผลิตรถยนต์มีวันทำงานลดลง แต่ยังคงเติบโตโดดเด่น 123% เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 54 ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากเหตุการณ์น้ำท่วม รวมทั้งปี 2555 มียอดผลิตรถยนต์ทั้งสิ้น 2.4 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 67% YoY เนื่องจากมี 2 ปัจจัยผลักดันหลัก คือ การฟื้นตัวจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 และนโยบายรถคันแรกซึ่งมีผู้ขอใช้สิทธิรวมกว่า 1.2 – 1.3 ล้านราย ทั้งนี้ ปี 2555 มียอดขายรถยนต์ภายในประเทศอยู่ที่ 1.4 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 80% YoY และยอดส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 1 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 39% YoY โดยภูมิภาคหลักการส่งออก คือ เอเชีย ตะวันออกกลางและออสเตรเลีย
คาดกำไรงวด 4Q55 ของบริษัทกลุ่ม AUTO เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง
รวมงวด 4Q55 มียอดผลิตรถยนต์ทั้งสิ้น 7.3 แสนคัน เพิ่มขึ้น 13% QoQ และ 324% YoY เนื่องจากค่ายรถยนต์ทุกยี่ห้อต่างเร่งกำลังการผลิตอย่างเต็มที่เพื่อส่งมอบรถยนต์ให้ได้ทันกับความต้องการของตลาดในประเทศที่ได้รับแรงกระตุ้นจากนโยบายรถคันแรกทำให้ยอดผลิตรถยนต์รายเดือนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง ทั้งนี้ เราคาดว่าผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ (AUTO) งวด 4Q55 จะมีการเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยบวกจากการเติบโตของยอดผลิตรถยนต์ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มสูงขึ้นไปด้วยและทำให้เกิดการประหยัดจากขนาด นอกจากนี้ บางบริษัทอย่าง SAT และ STANLY มีแนวโน้มความสามารถในการทำกำไรที่ฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากโรงงานใหม่ที่เริ่มดำเนินงานในปี 2555 สามารถใช้ประสิทธิภาพในการผลิตได้มากขึ้น
ยอดค้างส่งมอบยังหนุนการผลิตรถยนต์งวด 1Q56 ร้อนแรงต่อเนื่อง
ปี 2556 ยอดผลิตรถยนต์ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ด้วย 3 แรงผลักดันจากแรงผลักดันหลัก ได้แก่ (1) การส่งมอบรถยนต์ตามยอดจองที่ค้างส่งมอบจากปี 2555 ซึ่งคาดว่ามียอดสูงถึง 5 – 6 แสนคัน (2) การปรับเพิ่มสัดส่วนการผลิตเพื่อรองรับการส่งออกมากขึ้นหลังจากปี 2555 มีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่เพียง 42% เท่านั้น จากปกติจะมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 50% และ (3) ค่ายรถยนต์มีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่กระตุ้นความต้องการซื้อรถยนต์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะโตโยต้าที่มีแผนเปิดตัวรถยนต์ “อีโคคาร์” ในงวด 3Q56 นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำยังเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการของตลาดรถยนต์ภายในประเทศ ทั้งนี้ เราคาดว่ายอดผลิตรถยนต์งวด 1Q56 จะยังร้อนแรงต่อเนื่องราว 7 แสนคัน เติบโต 40% YoY และเราคาดว่ายอดผลิตรถยนต์ปี 2556 จะอยู่ที่ราว 2.5 – 2.6 ล้านคัน เติบโต 3 – 7% YoY ในขณะที่ความเสี่ยงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2556 ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก คือ (1) ความเปราะบางของการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก (2) ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น และ (3) นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท
ราคาหุ้นในกลุ่มฯ มี Up-side Gain ตั้งแต่ 12 - 29% แนะนำ “Overweight”
เมื่อพิจารณาที่ระดับราคาหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ (AUTO) ที่เราศึกษาข้อมูล 5 บริษัท พบว่ายังมีส่วนต่างราคาเมื่อเทียบกับมูลค่าเหมาะสม (Up-side Gain) ตั้งแต่ 12 – 29% ขณะที่เราคาดว่าผลประกอบการในงวด 4Q55 และช่วง 1H56 ของบริษัทเหล่านี้มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยบวกจากการเร่งกำลังการผลิตเพื่อส่งมอบรถยนต์ตามกำหนดของค่ายรถยนต์ต่างๆ เราให้น้ำหนักการลงทุน “Overweight” (หรือ “มากกว่าตลาด”) กลุ่ม AUTO และเลือก SAT (มูลค่เหมาะสม 40.50 บาท) และ STANLY (มูลค่าเหมาะสม 300 บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ เนื่องจากผลประกอบการมีความแข็งแรง ฐานะทางการเงินมีความมั่นคงและมีปัจจัยบวกจากความสามารถในการทำกำไรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังจากโรงงานใหม่สามารถใช้ประสิทธิภาพการผลิตได้มากขึ้นในปี 2556









