แกว่งตัวในกรอบแคบแต่มีโอกาสปรับลงเล็กน้อย
ตลาดไทยวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยมีปัจจัยบวกคือ ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาดีและดัชนี ที่ปรับขึ้นสูง อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบปรับลงเล็กน้อยและค่าเงินบาทเริ่มอ่อนตัวลง ต่างชาติจึงอาจมีแรงซื้อสุทธิน้อยลง
แนวรับ/แนวต้าน: 1438/1455
กลยุทธ์ : เก็งกำไรหุ้นที่มีข่าวดีสนับสนุน
สัดส่วนการลงทุน: เงินสด 40%: พอร์ตหุ้น 60%
นักลงทุนระยะสั้น: เก็งกำไร ITD , RML , LIVE
นักลงทุนระยะยาว: ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน และหุ้นที่ให้ปันผลสูง และหุ้นที่แนะนำให้ซื้อและถือยาว คือ BCP , WHA , TTW , DEMCO
จับข่าวมาเก็งกำไร
PTTEP :บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า บริษัทจะทยอยซื้อดอลลาร์สหรัฐในช่วงที่เงินบาทแข็งค่ามาก เพื่อรองรับการใช้ลงทุนตามแผน 5 ปี(ปี 56-60) ที่มีมูลค่ารวม 2.47 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมจับตาสถานการณ์ใกล้ชิดเพื่อบริหารความเสี่ยง เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทมากนัก เนื่องจากรายได้และระบบบัญชีของบริษัท เป็นในรูปสกุลเงินตราต่างประเทศ บาท/ดอลลาร์ ช่วงต้นสัปดาห์นี้ แตะระดับแข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 17 เดือนที่ 29.62 อย่างไรก็ตามเงินบาทช่วง 1-2 วันนี้ เริ่มมีทิศทางอ่อนค่าลงบ้างโดยล่าสุดอยู่ที่ 29.79/83 และนับตั้งแต่ต้นปีนี้เงินบาทแข็งค่าราว 2.7% ขณะที่ PTTEP ได้จัดทำงบการเงินเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ไตรมาส 1/54จากเดิมเป็นสกุลเงินบาท เพื่อให้มีความเหมาะสมกับการลงทุนและรายได้ของบริษัท เมื่อเร็วๆนี้ PTTEP เปิดเผยแผนลงทุนในช่วง 5 ปี(ปี 56-60) จะใช้เงินลงทุนรวม 2.47 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งพัฒนาโครงการสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมของบริษัทที่ปัจจุบันมีอยู่ 44 โครงการ ใน 12 ประเทศ (แนะนำซื้อราคาพื้นฐาน 195 บาท)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
-สำนักงานเศรษฐกิจการคลังรายงานตัวเลขขาดดุลงบประมาณ 2.9 แสนล้านบาทจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและขาดดุลเงินนอกงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาทส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 4.04 แสนล้านบาท แต่รัฐบาลมีเงินคงคลังทั้งสิ้น 2.6 แสนล้านบาท
-หนี้สาธารณะในเดือน พ.ย. 55 มีจำนวนทั้งสิ้น 4.88 ล้านล้านบาทคเพิ่มขึ้น 4.8 หมื่นล้านบาทหรือคิดเป็น 43.47% ของจีดีพี วึ่งการะทรวงการคลังเตรียมทำสัญญากู้เงิน 3.4 แสนล้านบาทในโครงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน เม.ย. 56 และจะส่งผลให้มีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 7%
ปัจจัยต่างประเทศ
+ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 46.00 จุดหรือ 0.33% ปิดที่ 13,825.33 หลังดัชนีการผลิตขยายตัวมากที่สุดในรอบ 2 ปีและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ประกอบกับดัชนีภาคการบริการและการผลิตของยูโรโซนเพิ่มขึ้นในเดือน ม.ค. 56
+ ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือน ก.พ. ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.48 ดอลลาร์หรือ 0.8% ปิดที่ 95.95ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังตัวเลขเศรษฐกิจในจีน, ยูโรโซนและสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง แม้ว่าสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 450,000 บาร์เรลสูงเกินคาดการณ์









