PTTEP - กำไรสุทธิใน 2Q แข็งแกร่ง (2 ส.ค. 2565)

PTTEP - กำไรสุทธิใน 2Q แข็งแกร่ง (2 ส.ค. 2565)

กำไรสุทธิใน 2Q ดีกว่าที่เราและ consensus คาด 25% และ 2% จากผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงต่ำกว่าคาด ปริมาณยอดขายใน 2Q ตามคาดที่ 465k boed จากโครงการ Oman block 61, เอราวัณ, บงกช และ Algeria HBR (เริ่มทำการผลิตเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.)

ราคาขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวเพิ่มขึ้นเป็น US$105.5/bbl ขณะที่ราคาก๊าซทรงตัว qoq อยู่ที่ US$6.1/mmbtu ทำให้ ASP เพิ่มขึ้นเป็น US$55.6 ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้นเป็น US$28.8/boe จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการเริ่มเปิดดำเนินการโครงการเอราวัณ PTTEP บันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง US$47 ล้าน (1.6 พันลบ.) ซึ่งในจำนวนนี้ US$38 ล้านมาจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ดังนั้น กำไรสุทธิของ PTTEP ใน 2Q จึงอยู่ที่ 2.06 หมื่นลบ. (EPS บาท) เพิ่มขึ้น 96% qoq และ 189% yoy

 

ผู้บริหารคาดว่าปริมาณยอดขาย และราคาก๊าซจะเพิ่มขึ้นใน 3Q

ผู้บริหารคาดปริมาณยอดขายใน 3Q จะเพิ่มขึ้นเป็น481k boed จากการดำเนินงานโครงการเอราวัณ และ Algeria HBR เต็มไตรมาส และมีการเพิ่มการผลิตที่โครงการ Oman block 61 นอกจากนี้ PTTEP ยังคาดว่าราคาก๊าซเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น US$6.4/mmbtu ใน 3Q และในปี 2022 อิงจากสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบที่ US$99/bb เราคาดว่าต้นทุนต่อหน่วยจะเพิ่มขึ้นเป็น US$29-30/boe ใน 3Q และในปี 2022 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโครงการเอราวัณเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ PTTEP มียอดป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันอยู่ที่ 7.7 ล้าน bbl ในปีนี้ และเมื่อสิ้นงวด 2Q มีสถานะการป้องกันความเสี่ยงอยู่ที่ US$102/bbl ซึ่งอิงจากราคาล่วงหน้าของ Brent เฉลี่ยในอีกหกเดือน เราคาดว่าผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน 3Q หรืออาจจะพลิกเป็นกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงได้ถ้าหากราคาล่วงหน้าของ Brent ลดลงต่ำกว่า US$102 เมื่อสิ้นงวด 3Q

 

 

คำแนะนำ ซื้อ และประเมินราคาเป้าหมายที่ 185 บาท โดยบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.25 บาท/หุ้น กำหนดขึ้น XD วันที่ 15 สิงหาคม

ราคาเป้าหมายของเราอิงจาก PE ปี FY22/23F ที่ 8.5x/9.5x ซึ่งคิดเป็น discount ที่10% จาก PE เฉลี่ยในปี FY11/12 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ US$109/106 ซึ่งใกล้เคียงกับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบปีนี้ของเราที่ US$100/bbl