วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sideway หุ้นรายงานพิเศษ PTTEP (29 เม.ย. 65)

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหว sideway ในระหว่างวัน เห็นแรงซื้อเข้ามาในช่วงบ่าย ช้อนซื้อหุ้นที่ปรับตัวลงแรงใน 2-3 วันที่ผ่านมา แรงซื้อเด่นในกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี และแรงซื้อในหุ้นที่คาดว่างบจะออกมาดี

ทั้งนี้ เห็นนักลงทุนสถาบันกลับมาซื้อในหุ้นขนาดใหญ่ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,667.74 จุด +5.85 จุด +0.35% มูลค่าการซื้อขาย 79,292 ลบ. ต่างชาติ +776.43 ลบ. TFEX -4,620 สัญญา ตราสารหนี้ +2,124.53 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิด เพิ่มขึ้น 614.46 จุด +1.85% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ทะยานขึ้นกว่า 3% ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงบริษัทเมตา แพลตส์ฟอร์มส และแมคโดนัลด์ บดบังปัจจัยลบจากรายงานที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐหดตัวเหนือความคาดหมายในไตรมาสแรกปีนี้
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 3.34 ดอลลาร์ +3.3% ปิดที่ 105.36 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเยอรมนีอาจจะร่วมวงคว่ำบาตรน้ำมันจากรัสเซียเช่นเดียวกับประเทศสมาชิกรายอื่น ๆ ของสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกตึงตัวมากขึ้น
+ ปธน.โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐเตรียมเดินทางเยือนเกาหลีใต้และญี่ปุ่นในวันที่ 20-24 พ.ค. เพื่อส่งเสริมการสร้างภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่มีเสรีและเปิดกว้าง และกระชับความสัมพันธ์กับ 2 ประเทศพันธมิตรสำคัญในเอเชีย
+ รมว.อุตสาหกรรมเปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมี.ค.65 อยู่ที่ 109.32 นับเป็นค่าดัชนีฯที่สูงสุดในรอบ 12 เดือนนับตั้งแต่เดือน เม.ย.64 รับผลบวกส่งออก-เปิดประเทศ-บาทอ่อนหนุน
+ ททท.จับมือเอกชน เดินหน้าเที่ยวด้วยกันเฟส 5 อีก 2 ล้านสิทธิแจกคูปองซื้อสินค้า อาหาร ตั๋วเครื่องบิน ดึงคนไทยเที่ยวในประเทศ 160 ล้านคน/ครั้ง ตั้งเป้าสร้างรายได้ 4 แสนล้านบาท
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 14,053 ราย มีผู้เสียชีวิต 129 ราย รักษาหาย 16,782 ราย

 

ปัจจัยลบ  

- สหรัฐรายงาน GDP 1Q65 หดตัว 1.4% สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 1.1% และเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่เศรษฐกิจเผชิญภาวะถดถอยอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงต้นปี 2563
 

-ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เตือนบริษัทต่าง ๆ ว่า อย่ายอมตามข้อเรียกร้องของรัสเซียที่ให้จ่ายค่าก๊าซเป็นเงินรูเบิล ขณะที่ยุโรปประสบปัญหาในการร่วมมือกันตอบโต้ต่อการที่รัสเซียใช้ทรัพยากรพลังงานของตนเองเป็นข้อต่อรอง
- ปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เตือนชาติตะวันตกว่าอาจเจอการตอบโต้ที่รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ หากยังคงเดินหน้าข่มขู่
-ผู้ประกอบการทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าหลังราคาดีเซลทยอยปรับราคาขึ้นแบบขั้นบันไดเริ่ม 1 พ.ค. ปรับขึ้นสู่ 32 บาทต่อลิตร

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยคาดปริมาณการซื้อขายจะชะลอตัวลง ก่อนติดวันหยุดยาว นักลงทุนยังจับตาการประชุมเฟดวันที่ 3-4 พ.ค. อย่างใกล้ชิด เพื่อดูนโยบายการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,660-1,675 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน    

• กรณีสงครามยืดเยื้อ ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง บวกต่อ PTTEP PTTGC TOP , สินค้าเกษตร ข้าวสาลี และกากถั่วเหลืองขึ้น เป็นบวกต่อ TMILL TVO และเป็นลบต่อธุรกิจอาหารสัตว์ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น CPF GFPT ASIAN
• ศบค.ยกเลิกตรวจ RT/PCR มีผล 1 พ.ค. นี้ : AOT ERW CENTEL MINT AWC • หุ้นที่ได้ประโยชน์จากอากาศร้อน SNC KOOL SAPPE ICHI TACC
• ตัวเลขส่งออกเดือนมี.ค.ขยายตัว+เงินบาทอ่อนค่า TWPC ASIAN XO SNC SKN PIMO SMT

  

หุ้นรายงานพิเศษ

           PTTEP (Bloomberg Consensus 166.00 บาท) รายงานกำไรเป็นไปตามคาด

 

Sideway หุ้นรายงานพิเศษ PTTEP (29 เม.ย. 65)

 

รายงานผลประกอบการ 1Q65 อยู่ที่ 1.05 หมื่นลบ. -1%QoQ และ -9%YoY โดยได้แรงหนุนจากวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น 1.4%QoQ สู่ 427,368 บาร์เรลต่อวัน โดยได้แรงหนุนจากแหล่งอาทิตย์ที่เพิ่มกำลังการผลิต ขณะที่ราคาจำหน่ายปรับตัวขึ้น 10% จากไตรมาสก่อนสู่ 51.35$/bbl ตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวขึ้นสู่ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวขึ้นสู่ 6.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านต้นทุนการผลิตปรับตัวลงสู่ 26.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตามมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและอนุพันธ์ราว 8.0 พันลบ.

ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อผลประกอบการตั้งแต่ 2Q65 เป็นต้นไปเนื่องจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงหนุนราคาขายเฉลี่ย อีกทั้งปริมาณการผลิตจะปรับตัวขึ้นสู่ 467,000 บาร์เรลต่อวันจากการรับรู้แหล่งผลิตในมาเลเซียและโอมาน นอกจากนี้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 25%YTD ได้ตอบสนองผลบวกดังกล่าวไปแล้ว เราจึงแนะนา “ซื้อเมื่อย่อตัว”

 

หุ้นมีข่าว

(+) BDMS-COM7 (Bloomberg Consensus 28.00 , 49.25 บาท) บิ๊ก COM7 ชี้จับมือ BDMS ตั้งร้านขายยาไฮเทค มีอุปกรณ์เทคโนโลยีสุขภาพจำหน่ายด้วย เล็งเปิดครึ่งหลังปีนี้ 2-3 แห่ง ตั้งเป้าภายใน 3 ปี เปิด 50 สาขา เงินลงทุน 4-10 ล้านบาทต่อสาขา เชื่อแนวโน้มตลาดเติบโต เพราะคนดูแลสุขภาพมากขึ้น ด้านโบรกเกอร์มองดีลการร่วมมือครั้งนี้เป็นบวก ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ COM7-BDMS (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SCC (Bloomberg Consensus 445.50 บาท) มั่นใจรายได้รวมทั้งปี 2565 โตมากกว่า 10% ตามเป้า หนุนจากการทยอยปรับขึ้นราคาสินค้า และมุ่งผลิตสินค้ามาร์จิ้นสูง ย้้าฐานะการเงินแข็งแกร่ง เดินหน้าลงทุนโครงการ LSP2 ยืนยัน LSP1 พร้อม COD กลางปี 2566 ระยะสั้นมุ่งบริหารความเสี่ยง 3 ด้าน ควบคู่ เร่งลงทุนตามแผน ESG เร็วขึ้นเพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาว (ที่มา ทันหุ้น)

(+) NDR (Bloomberg Consensus - บาท) เด้งรับบาทอ่อนหนุนยอดส่งออกโต ชี้สัดส่วนขายต่างประเทศ 60% ลุ้นผลงานไตรมาส 2 ดีกว่าไตรมาสแรก หลังปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ปรับราคาขายให้สอดคล้องต้นทุน ชูธงผลงานปีนี้แตะ 1 พันล้านบาท ด้านธุรกิจยานยนต์ แย้มแผนศึกษาผลิต แบตเตอรี EV พร้อมจ่อย้ายเข้าเทรด SET ภายในปีนี้ (ที่มา ทันหุ้น)

 

(+) BANPU (Bloomberg consensus 14.00 บาท)

- จีนจะลดภาษีนำเข้าถ่านหินทุกประเภทเป็นศูนย์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 เนื่องจากจีนมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานท่ามกลางราคาโลกที่พุ่งสูงขึ้น และความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทาน

- ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อราคาถ่านหินเนื่องจากจีนเป็นผู้อุปโภคถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อจีนลดภาษีนำเข้าจะทำให้อุปสงค์ปรับตัวขึ้น โดยคาดว่าผลกระทบเชิงบวกดังกล่าวจะสะท้อนในงบ BANPU ตั้งแต่ 2Q65 เป็นต้นไป เราจึงแนะนำ ซื้อ