วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สองเสือในโลกธุรกิจดิจิตัล : ไทยสร้างคนอย่างนี้บ้างได้ไหม?

สองคนนี้เป็นเจ้าของธุรกิจยักษ์ ด้านอินเทอร์เน็ต และมีความเหมือนกัน ตรงที่ได้เข้าไปเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์

ที่มีประวัติยาวนานเพื่อคงไว้ซึ่ง brand ของสิ่งพิมพ์ที่ยังมีค่าของความน่าเชื่อถือ

Jeff Bezos แห่ง Amazon.com ซื้อวอชิงตันโพสต์

Jack Ma เจ้าของ Alibaba.com เข้าครองหัว South China Morning Post ที่ฮ่องกง

พวกเขาซื้อหนังสือพิมพ์ทำไมทั้ง ๆ ที่สื่อสิ่งพิมพ์ได้ชื่อว่าเป็นอุตสาหกรรมอาทิตย์อัสดง? มหาเศรษฐีวิสัยทัศน์ไกลอย่างเจฟ เบซอส และแจ็ค หม่า ย่อมเห็นความสำคัญของ brand หรือยี่ห้อเก่าแก่ที่มีความน่าเชื่อถือในการขยับขยายธุรกิจออนไลน์ของตน

ในโลกยุค Internet of Things ที่มีข้อมูลท่วมท้น แยกไม่ออกว่าอะไรคือข้อเท็จอะไรคือความจริงนั้น “ความน่าเชื่อถือ” คือคุณค่าที่สร้างความแตกต่างให้กับการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น brand แห่งความน่าเชื่อถือจึงมีคุณค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด

วันก่อน แจ็ค หม่าไปพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ บอกว่าจะช่วยสร้างงาน 1 ล้านตำแหน่งใน 5 ปี

ก่อนหน้านี้เขาก็มาพบกับนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ของไทย เสนอว่าจะช่วยผู้ประกอบการรายย่อยเอาสินค้าไปขายทั่วโลกผ่าน Alibaba.com และเว็บไซต์ในเครือข่ายของเขา

คุณแจ็ค หม่านอกจากจะเป็นคนมองการณ์ไกลเรื่องอินเทอร์เน็ต และมีความกล้าหาญในการทดลองอะไรใหม่ ๆ แล้ว เขายังเป็นนักการตลาด สร้าง brand ให้กับตัวเองอย่างร้ายกาจ

ทุกครั้งที่ขึ้นเวที เขาจะไม่ “ขายของ” แต่ “ขายภาพลักษณ์” ของเขาเองซึ่งก็ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นในตัวอาลีบาบา และทุกอย่างที่เกี่ยวพันกับธุรกิจของเขา

แจ็ค หม่าพูดเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนหนุ่มคนสาว แนะนำให้กล้าคิดกล้าฝัน แต่ก็ต้องเผชิญกับความเป็นจริงว่าความล้มเหลวเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะหากไม่ล้มลุกคลุกคลานบ้าง, ก็จะไม่รู้ว่าความสำเร็จเป็นอย่างไร

เมืองไทยจะสร้างคนอย่าง Jeff Bezos และ Jack Ma ได้ไหม?

ผมเชื่อว่าเรื่องสติปัญญา และความรู้ความคิดอ่านนั้น “กึ๋น” ของคนไทยไม่ได้แพ้ใครที่ไหน แต่บรรยากาศของสังคมที่ไม่เอื้อต่อการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และค่อนไปทาง “ระบบอุปถัมภ์” อีกทั้งระบบการศึกษาที่ยังล้าสมัย การขาดแคลนแรงกระตุ้นที่จะฉีกกรอบความคิดเดิม ๆ เป็นอุปสรรคใหญ่หลวงที่ทำให้เรายังไม่เห็น “ผู้ประกอบการล้ำยุค” ที่ชัดเจน

ผมได้พูดคุยกับคนรุ่นใหม่ที่ทำ startups จำนวนหนึ่งที่มีความเก่งกล้าสามารถ พร้อมจะ “ลุย” และทดลองกับสิ่งใหม่ ๆ และกำลังจะเข้าถึงเงินทุนเริ่มต้นที่เริ่มจะก่อตัวขึ้น จึงมีความหวังว่าเรากำลังจะก้าวไปสู่ยุคของนวัตกรรมที่ทันยุคทันสมัย

แต่เงื่อนไขสำคัญอีกด้านหนึ่งคือการสร้างความพร้อม ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของเรา ในการเข้าแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศ เริ่มจากการที่พวกเขาต้องออกไปสัมผัสกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และเข้าไปจับต้องความเคลื่อนไหวใหม่ล่าสุดของจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สหรัฐ และยุโรปอย่างกว้างขวาง

เพราะตราบที่เรายังเป็นแค่ “พระเอกในบ้าน” แต่ไม่สั่งสมประสบการณ์และความกล้า ที่จะออกไปประลองกำลังนอกประเทศ อย่างเช่นที่คนรุ่นใหม่สิงคโปร์ได้ทำมาระยะหนึ่งแล้ว เราก็จะยังไม่อาจฝ่าข้าม “กับดักฝีมือปานกลาง” ได้อีกนาน