วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

อนาคตโทรคมไทย ยังรอความชัดเจน

18 พ.ค. 2559 คงเป็นอีกวันตัดสินอนาคต

ผู้เล่นในสนามโทรคมนาคมแสนล้านของไทย เพราะเป็นวันสุดท้ายที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดให้รับเอกสารประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ หรือที่เรียกกันทั่วๆ ไปว่า คลื่น 4จีรอบใหม่ และยังเป็นวันยื่นเอกสารแสดงความจำนงเข้าประมูล โดยเปิดให้ยื่นได้ถึง 16.30 น. ซึ่งเอกสารที่ กสทช. ต้องการมีเพียงเอกสารยืนยันจะเข้าร่วมประมูล 1 แผ่นพร้อมลายเซ็นผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทผู้เข้าประมูล และแบงก์การันตีจากธนาคารเพราะเกณฑ์การเงิน และราคาเริ่มต้นประมูลที่เปลี่ยนแปลงจากการประมูลครั้งก่อนที่คิดราคาเริ่มต้น 12,864 ล้านบาท เป็น 75,654 ล้านบาท ตามราคาสุดท้ายที่บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด ชนะการประมูลรอบที่ผ่านมาเมื่อ 19 ธ.ค. 2558 แต่สุดท้ายไม่ได้มาจ่ายเงินงวดแรก และวางแบงก์การันตี ซึ่ง กสทช. ได้ตั้งคณะทำงานสอบสวนเอาผิดอยู่ ณ ขณะนี้ ทั้งยังนำมาสู่การต้องเปิดประมูลรอบใหม่ครั้งนี้

การประมูลที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ ยังต้องรอความชัดเจนว่า จะมีบริษัทใดเข้าร่วมประมูลบ้าง หลังบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ประกาศชัดเจนแล้วว่า ไม่เข้าร่วมประมูลครั้งนี้ โดยยังมีอีก 2 บริษัทที่ไม่ได้ตอบรับ หรือปฏิเสธ แต่ได้รับเอกสารไปคือ เครือบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ชนะใบอนุญาต 4จี 900 เมกะเฮิรตซ์ ล็อตที่ 2 ของการประมูลรอบแรก ที่ 76,298 ล้านบาท และ เครือ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ที่เข้าประมูลรอบก่อนแต่ไม่ชนะ แม้ก่อนหน้านี้ เอไอเอส เคยส่งจดหมายแสดงเจตจำนงยินดีจ่ายเงินเท่ากับที่แจสโมบายชนะประมูล และขอรับใบอนุญาตแทนแจสโมบาย แต่เมื่อมีกระแสข่าวออกมาว่า เอไอเอสเป็นรายหนึ่งที่จะเข้าร่วมประมูลรอบใหม่แน่ๆ ก็มีคำชี้แจงจากเอไอเอสทันทีว่า บริษัทยังไม่ได้ประชุมคณะกรรมการบริหาร จึงยังไม่มีมติเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ ส่วนทรู ก็ยังไม่มีสัญญาณตอบรับเช่นกันว่า จะเข้าร่วมประมูลหรือไม่

ทั้งนี้ หากเป็นเงื่อนไขการประมูลเดิม ทรูจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประมูล เพราะถือว่าได้รับคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ไปครอบครองแล้ว 1 ชุด แต่เมื่อเปิดประมูลรอบใหม่ ภายใต้กฎกติกาใหม่ โอกาสกลับมาเป็นของทรูอีกครั้ง เพียงแต่ว่า ที่ผ่านมาทรูใช้เงินไปกับการเป็นผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ทั้ง 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์เกิน 1 แสนล้านบาทแล้ว การจัดหาแบงก์การันตีอาจจะยากลำบากขึ้น แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียเลย และถ้าทรูต้องการก้าวขึ้นสู่เบอร์ 1 ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย การทุ่มประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ไปครอบครองทั้งหมดก็คือหนทางที่จะก้าวขึ้นเบอร์ 1 อย่างทีใครก็ยากจะสกัดอยู่

จากมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ที่ระบุว่า คลื่นความถี่ต่ำจะมีมูลค่าสูง การให้ใครได้ครอบครองคลื่นความถี่ต่ำกว่า 1 กิกะเฮิรตซ์ไปทั้งหมดอาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นธรรมต่อการแข่งขันในตลาด แต่เมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนไป หลังแจสไม่ชำระเงินประมูล การนำคลื่นออกมาประมูลย่อมดีกว่ายกคลื่นให้ใครไปโดยไม่ต้องประมูล แต่องค์กรกำกับดูแลจะต้องนำบทเรียนที่เกิดขึ้น ไปวางแผนอนาคตให้รอบคอบกว่าเดิม และต้องจำกัดการถือครองคลื่นความถี่ที่ต่ำกว่า 1 กิกะเฮิรตซ์ไม่ให้มากเกินไป เพราะจะสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบ แก่ผู้ได้สิทธิครอบครองทั้งหมดกับผู้ไม่ได้สิทธิ์เลย อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ต่อไปต้องติดตาม 18 พ.ค.นี้