วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์ศัพท์ใหม่ “Startup”

ในระยะนี้ เริ่มมีผู้ที่นำศัพท์ใหม่มาใช้ในวงการธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำว่า “Startup”

หลายๆ ครั้งก็นำมาใช้ทับศัพท์กัน โดยไม่ให้ความกระจ่างว่า “Startup” คือใคร มีลักษณะอย่างไร ใครจะเป็น “Startup” กันได้บ้าง และใครที่ไม่ควรที่จะเป็น “Startup” แล้ว

เรื่องของเรื่องก็คือ ยังไม่มีหน่วยงานที่เป็นทางการมากำหนดคำนิยามของ Startup ไว้

แต่อย่างไรก็ตาม คำว่า “Startup” มีแนวโน้มที่จะทำให้เข้าใจได้ว่า คงจะหมายถึงธุรกิจเริ่มใหม่ประเภทใดประเภทหนึ่งแน่ๆ และน่าจะกระเดียดออกไปทางเรื่องของธุรกิจไฮเทคที่เกี่ยวข้องกับเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบอินเตอร์เน็ต อะไรทำนองนั้น

บ้างก็บอกว่า “Startup” ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไฮเทค แต่เป็นธุรกิจเริ่มใหม่ที่ผู้ก่อตั้งมีความต้องการที่จะแสวงหาสิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยมีในตลาดมาก่อน เพื่อนำมาเสนอให้ตลาดได้รับทราบและหวังผลที่จะได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็นจำนวนมากและรวดเร็ว เมื่อเทียบกับเงินลงทุนที่ได้ใช้ไป แม้ว่าจะมีตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จเพียงน้อยราย

บ้างก็บอกว่า “Startup” น่าจะหมายถึงธุรกิจเริ่มใหม่ที่ยังมีขนาดเล็ก มีเจ้าของเป็นผู้ลงทุนเอง และเป็นผู้ลงมือบริหารจัดการธุรกิจนั้นด้วยตนเอง เพื่อนำความคิดสร้างสรรค์ที่เจ้าของธุรกิจใฝ่ฝันไว้ ให้เกิดเป็นธุรกิจขึ้นได้จริง ดังนั้น “Startup” ก็น่าจะเป็นบริษัทที่แสวงหานวัตกรรม ยังมีพนักงานจำนวนไม่มาก ผู้บริหารยังมีจำนวนน้อย

ด้วยลักษณะของ “Startup” ที่มีความสัมพันธ์กับการนำเสนอ “สิ่งใหม่” ให้กับตลาดหรือผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ การบริการ เทคโนโลยี การช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดในปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งการนำโมเดลธุรกิจใหม่ๆ มาใช้กับธุรกิจดั้งเดิมที่มีอยู่แล้ว ดังนั้น ผลลัพธ์จากการประกอบธุรกิจจึงมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงที่ตลาดจะยังไม่รับการตอบสนอง เพราะเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยลองหรือยังไม่รับรู้

แต่หากประสบความสำเร็จ ผลตอบแทนก็จะเกิดขึ้นได้มากกว่าการเริ่มต้นธุรกิจแบบดั้งเดิมได้หลายเท่าตัว

อีกมุมมองหนึ่งที่จะนำมาใช้ประกอบว่า ธุรกิจประเภทใดถึงจะเรียกว่าเป็น “Startup” ได้ ก็น่าจะได้แก่ ระยะเวลาตั้งแต่จัดตั้งบริษัท เช่น ถ้าบริษัท ตั้งมาเกิน 5 ปีแล้ว ยังจะเรียกว่า “Startup” ได้หรือไม่ หรือว่า ต้องมีอายุบริษัท น้อยกว่านั้น บริษัทอายุเกิน 5 ปี จะ “แก่” เกินไปที่จะเป็น “Startup” ไหม ก็เป็นคำถามที่ไม่มีใครกล้าตอบ

หรือว่าจะดูจากผลประกอบการ ธุรกิจเริ่มใหม่ที่ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างรายได้หรือยอดขายอย่างถล่มทะลายภายใน 3 ปี จะยังคงสภาพของการเป็น “Startup” อยู่หรือไม่ หรือจะ “ใหญ่” เกินกว่าที่จะเป็น “Startup” ไปแล้ว
ยกตัวอย่างเช่น กรณี บริษัท อูเบอร์ ที่นำเสนอบริการเรียกแท๊กซี่ ได้รับการยกย่องว่าเป็น Startup of the Year ของสหรัฐ เมื่อปี 2013 ปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจข้ามชาติ มีรายได้กว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ยังจะเรียกว่าเป็น “Startup” อยู่หรือไม่

หรือในกรณีที่ บริษัทขนาดใหญ่ ต้องการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ออกมาผ่านการแยกตัวออกมาตั้งเป็นบริษัทใหม่ในเครือ บริษัทใหม่นี้ จะได้ชื่อว่าเป็น “Startup” หรือไม่ เพราะไม่ใช่เป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นจากผู้ประกอบการประเภท Entrepreneur แต่เกิดจากการเริ่มต้นของบริษัทใหญ่

ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งในปัจจุบัน เดิมก็เริ่มต้นมาจากการเป็นบริษัทขนาดเล็กที่ประสบความสำเร็จและสามารถสร้างความเติบโตมาได้อย่างต่อเนื่อง บริษัทเหล่านี้ จะยังคงได้ชื่อว่าเป็น “Startup” อยู่อีกหรือไม่
หรือว่า “Startup” จะดูจากตัวเจ้าของผู้เริ่มก่อตั้งธุรกิจ ว่าเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ มองเห็นโอกาสและศักยภาพของการสร้างธุรกิจใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา หรือดูจากเจ้าของธุรกิจหรือผู้ก่อตั้งธุรกิจ ที่มีจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการ
ดังนั้นจะเรียก “เจ้าสัว” หลายรายในปัจจุบันว่า เป็น “Startup” อยู่หรือไม่ เพราะมีไอเดียธุรกิจใหม่ออกมาเรื่อยๆ

อีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ เราจะสามารถแยกแยะเอสเอ็มอีที่เป็น “Startup” ออกจากเอสเอ็มอีธรรมดาได้ด้วยวิธีใด หรือจะต้องมองไปที่ความสำเร็จทางธุรกิจและการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จึงจะเรียกว่าเป็น “Startup” ในขณะที่ธุรกิจที่เติบโตไปด้วยอัตราเร่งตามธรรมชาติไม่หวือหวา จะไม่เรียกว่าเป็น “Startup”

นิตยสาร ฟอร์ปส์ (Forbes) ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ริเริ่มต่อตั้งธุรกิจที่ได้ชื่อว่าเป็น “Startup” เพื่อสืบถามความหมายของคำว่า “Startup” จาก Startup ตัวจริง และได้คำตอบต่างๆ เช่น
อยาห์ ดิเยร์ ผู้ก่อตั้งธุรกิจ LittleBits อุปกรณ์สำหรับใช้สอนอิเล็กทรอนิกส์ให้กับเด็กและผู้สนใจทั่วไป บอกว่า Startup ในสายตาของตนหมายถึง ผู้ที่คิดเริ่มต้นนำสิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในตลาด แล้วนำมาสร้างเป็นธุรกิจได้สำเร็จ

อิแกรม อิสมาอิล ผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจ Venmo กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยให้คุณสามารถแชร์ค่าใช้จ่ายกับเพื่อนๆ ได้ บอกว่า Startup ก็คือกลุ่มคนที่มารวมกันเพื่อทำงานหนึ่งที่มีจุดประสงค์ร่วมกัน โดยมีทรัพยากรที่จำกัด เป็นกิจกรรมที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก และจะเลิกเป็น Startup เมื่อต่างคนต่างแยกย้ายกันไปจากงานที่ร่วมกันทำอยู่

เดฟ กิลบัว และ นีล บลูเมนธาล ผู้ต่อตั้งร่วมธุรกิจ Warby Parker เว็บไซต์จำหน่ายแว่นตาหายากแบบต่างๆ ที่ผู้สนใจสามารถทดลองใส่ดูได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อนตัดสินใจซื้อ บอกว่า Startup คือบริษัทที่แสวงหาคำตอบให้กับปัญหาที่ยังไม่ชัดเจน และความสำเร็จในการแก้ปัญหาก็ยังไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นได้จริง การสิ้นสุดของการเป็น Startup จะเกิดขึ้นเมื่อบริษัทเปลี่ยนกลยุทธ์และวิสัยทัศน์จากการรุกเป็นการรับ เนื่องจากบริษัทต้องการปกป้องสิ่งที่ทำอยู่มากกว่าการต้องการแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ต่อไป

เอเรียล การ์เทน ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของธุรกิจ InteraXon ผู้นำเสนอเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการควบคุมคลื่นสมองและการฝึกสมาธิด้วยตนเอง บอกว่า คุณจะรู้ได้ว่าคุณคือ Starup เมื่อบริษัทของคุณเป็นบริษัทขนาดเล็กที่มียอดขายโตอย่างรวดเร็วจากการนำเสนอ บิ๊กไอเดียทางเทคโนโลยี ให้กับตลาด Startup ก็คือการทดลองสิ่งใหม่ต่อไปเรื่อยๆ จนคุณค้นพบสิ่งที่ประสบความสำเร็จเชิงธุรกิจ

แดเนียล รูบิโชด์ ผู้ก่อตั้งธุรกิจ PasswordBox แอพสำหรับจำ Password แทนคุณ บอกว่า Startup จะเกี่ยวกับไอเดียการทำธุรกิจแบบไม่จำเป็นต้องมีทิศทาง ผู้ก่อตั้ง ต้องเป็น “ผู้รอบรู้” สามารถที่จะพลิกไอเดียต่างๆ ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ Startup จะไม่ค่อยมีโครงสร้างหรือรูปแบบที่แน่นอน แต่จะต้องมีความปรารถนาและความใฝ่ฝันอย่างมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นมุมมองแบบไหน คำว่า “Startup” ก็อาจเป็นเพียงศัพท์ใหม่ทางธุรกิจที่เป็นคำประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อให้ดูทันสมัย จนทำให้คำว่า “เถ้าแก่ใหม่” ดูโบราณไปได้อย่างถนัดใจ!!