รอบสัปดาห์นี้ประเทศไทยยังถูกกระหน่ำซ้ำ จากปัญหาทั้งภายในและภายนอกประเทศ ที่มีลักษณะ “ยืด-ยึด-แย่”
ซึ่งเกี่ยวกันโยงใยกันซับซ้อนวุ่ยวายจนหาต้นตอไม่เจอ
ooo เรื่องแย่ๆ ที่สั่นคลอนประเทศ 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ “วิกฤติภัยแล้ง” ส่วนอีกปัญหาซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อไทยในกิจการระหว่างประเทศและส่อเค้าลุกลามคือปมปัญหา “ชาวอุยกูร์”
ooo ภัยแล้งที่เกิดขึ้นขณะนี้ สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ บอกว่า สถานการณ์จะ “ยืดยาว” ไปถึงสิ้นปี ที่สำคัญรัฐบาลต้องพูดความจริงกับประชาชน
ooo ผลกระทบอันเกิดจากการตัดสินแยกส่งกลับ "ชาวอุยกูร์” ก็ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ไทยถูก สหรัฐ อียู ตุรกี รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ ออกแถลงการณ์ประณามว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน
ooo แม้ว่ารัฐจะย้ำแล้วย้ำอีกว่า กรณีดังกล่าวได้ยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักปฏิบัติสากล คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันจีนออกแถลงการณ์ให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งพร้อมกับตำหนิท่าทีชาติมหาอำนาจ แต่ไม่อาจหยุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่โหมกระหน่ำตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ หนำซ้ำต้องแจ้งเตือนสถานทูตไทยและคนไทยที่พำนักอยู่ในหลายๆ ประเทศ ให้เพิ่มความระมัดระวังต่อ “กระแสความไม่พอใจ” ที่ยังคุกรุ่นอยู่โดยเฉพาะในประเทศตุรกี
ooo ส่วนชาวอุยกูรณ์ที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศจะทำอย่างไร ปมนี้ อาจารย์สักรินทร์ นิยมศิลป์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยเกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐาน สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำว่า ต้องกลับทบทวนท่าทีการปฏิบัติต่อกลุ่มชาวอุยกูร์ที่เหลืออีก 52 ราย
ooo หากไม่เป็นภาระกับรัฐบาล อาจควบคุมตัวไว้สักระยะเพื่อรอดูสถานการณ์และประเมินท่าทีอีกครั้ง พร้อมกับใช้วิธีทาง “การทูต” ทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย พูดง่ายๆ ก็คือ “ยืด” การตัดสินใจออกไปอีกสักระยะ
ooo เปิดดูแผนนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2558-2564 ของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีเรื่องความเปลี่ยนแปลงของบริบทความมั่นคงภายในประเทศไว้หลายเรื่อง “ภัยพิบัติทางธรรมชาติ” ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ooo เนื้อหาสาระอยู่ที่ การเตรียมความพร้อมในลักษณะที่สามารถบริหารจัดการวิกฤติการณ์และภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ขั้นป้องกัน การแก้ไข และการฟื้นฟูสถานการณ์ ควบคู่กับการขยายความร่วมมือกับประชาคมโลกเพื่อจัดการกับภัยพิบัติ
ooo ส่วนปัญหา “อุยกูร์” นั้นจัดอยู่ใน ความเปลี่ยนแปลงของบริบทข้ามพรมแดน เรื่องการย้ายถิ่นฐานของประชากร จากประเทศรอบบ้านเข้าสู่ประเทศไทย
ooo ปรากฏการณ์ย้ายถิ่นที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพิ่มมากขึ้น ปัญหาดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบในหลายมิติทั้งความมั่นคงของมนุษย์ ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ooo แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาดังกล่าวเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติด้วย ซึ่งสมช.ระบุว่ามีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นและมีขีดความสามารถสูงขึ้น โดยคาดการณ์ว่าภัยคุกคามทั้งจากการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในช่วงปลายปีนี้
ooo ทั้งสองวิกฤติดังกล่าวหาก “ยึด” การแก้ปัญหาเฉพาะมิติความมั่นคงด้านเดียวก็ชวนให้ “วิตก” เนื่องจากการแก้ปัญหายุคนี้ต้องแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาค ที่สำคัญขณะนี้เรามี “แผน” แล้วเหลืออย่างเดียวจะขับเคลื่อนอย่างไรให้เกิด “ผล”









