วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

Social Banking ธุรกิจการเงินเพื่อสังคม

เป็นที่ค่อนข้างชัดเจนว่าธุรกิจการเงินเป็นหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดวิกฤติและความแปรปรวนของระบบเศรษฐกิจโลก

ต้นเหตุของการที่สถาบันการเงิน ตัดสินใจดำเนินธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อสร้างผลกำไรที่สูงที่สุดให้กับตนเอง โดยไม่ได้นำเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคมมาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ และเมื่อแผนธุรกิจไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จึงเกิดปัญหาที่เป็นผลกระทบไปยังส่วนรวมดังกล่าวได้ในวงกว้าง

ในขณะที่มีกระแสของ Social Business หรือ ธุรกิจเพื่อสังคม ที่มุ่งหวังในการทำธุรกิจที่สร้างกำไร แต่มีโจทย์หลักในการตอบแทนช่วยเหลือสังคมให้ได้มากที่สุดแทนการสร้างกำไรให้กับธุรกิจหรือตนเองแต่เพียงอย่างเดียวกำลังเป็นเรื่องที่เป็นที่สนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีจิตใจต้องการช่วยทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้นโดยการใช้ฝีมือและความสามารถในการทำธุรกิจของตนเองมาเป็นเครื่องมือ

แนวคิดของ Social Banking หรือ ธุรกิจการเงินเพื่อสังคม จึงเกิดมาควบคู่กับเรื่องของ ธุรกิจเพื่อสังคม เช่นกัน และมีวัตถุประสงค์ไปในทิศทางเดียวกัน

ด้วยหลักการที่ว่า เมื่อใดที่สังคมมองเห็นว่า กิจกรรมใดๆ ก็ตาม (รวมถึงธุรกิจด้วย) หากไม่สามารถปรับแนวทางให้ตรงกับความต้องการของสังคมได้อย่างแท้จริง สังคมก็มักจะให้ความสนใจน้อยลง และในที่สุด กิจกรรมหรือธุรกิจนั้นๆ ก็จะอยู่ต่อไปไม่ได้ในระยะยาว

ธุรกิจการเงินซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญทางการเงิน โดยเป็นศูนย์กลางให้ผู้ที่มีเงินเหลือออม นำมาฝากไว้ได้อย่างมั่นคงปลอดภัย และผู้ที่ต้องการใช้เงินเพื่อสนับสนุนธุรกิจหรือต้องการสร้างหลักฐานในชีวิตที่มั่นคงขึ้น จะมากู้หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน จึงน่าจะเป็นธุรกิจที่ใกล้ชิดกับสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ว่าในการทำธุรกิจของสถาบันการเงินทั่วโลกในปัจจุบัน จะถูกมองว่าคล้ายกับจะนำเงินของคนจนไปช่วยเหลือคนรวย และยังไม่ได้ให้บริการต่อคนจนที่เป็นส่วนใหญ่ของสังคมได้มากพอ ดังจะเห็นได้จากกรณีของการต้องไปพึ่งพาแหล่งเงินนอกระบบอยู่เป็นจำนวนมาก

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ธุรกิจการเงินเพื่อสังคม จึงพยายามที่จะเปลี่ยนภาพของความร่วมมือกับสังคมให้กลายมาเป็นจุดศูนย์กลางที่คนรวยจะหันกลับมาช่วยคนจนให้มีฐานะและความเป็นอยู่ที่ดีและมั่นคงขึ้น และเป็นแหล่งที่ประชาชนโดยทั่วไป สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึง ด้วยต้นทุนที่ยุติธรรม

ด้วยการที่ผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของสถาบันการเงินมีต่อสังคมและธุรกิจในภาคส่วนอื่นของระบบเศรษฐกิจอย่างมากมาย กฎเกณฑ์ที่นำมาใช้บังคับให้สถาบันการเงินจะต้องดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบที่ดูอาจจะมีมากกว่าเมื่อเทียบกับกฎเกณฑ์สำหรับธุรกิจอื่นๆ ทั่วไป แต่ก็ยังไม่อาจป้องกันผลกระทบเชิงลบซึ่งเกิดขึ้นได้อยู่เป็นระยะๆ

ดังนั้น การบริหารสถาบันการเงินที่มีความเข้มงวด รัดกุม และให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยเกณฑ์ที่เหนือกว่าที่กฎหมายหรือข้อกำหนดบังคับไว้ จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ ผู้บริหารของธุรกิจการเงินเพื่อสังคม จะนำไปปฏิบัติ

นอกจากนี้ ธุรกิจการเงินเพื่อสังคม ยังคงต้องแสวงหากำไรเพื่อการอยู่รอดเช่นเดียวกับธุรกิจการเงินโดยทั่วไป แต่การทำกำไร จะต้องแสดงถึงความห่วงใยต่อสังคม การช่วยรับภาระเพื่อกระจายความเป็นอยู่ที่ดีให้กับกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่ต้องการการดูแลช่วยเหลือในสังคม

และตรวจสอบตลอดเวลาว่า การดำเนินธุรกิจ จะต้องสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับความต้องการของสังคมในลักษณะที่พร้อมจะตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้ด้วยความรับผิดชอบ เช่น การกำหนดนโยบายการให้สินเชื่อที่ไม่สนับสนุนโครงการหรือธุรกิจที่จะทำอันตรายต่อระบบนิเวศน์ของสังคม สร้างมลภาวะ หรือ ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

นอกจากนี้ ธุรกิจการเงินเพื่อสังคม ยังต้องให้ความสนใจกับการลงทุนเพื่อให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคมสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ด้วยต้นทุนทางการเงินที่ยอมรับได้ เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ เพื่อทำให้ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ และต้นทุนของการดำเนินงานลดลง

สิ่งอื่นๆ ที่จะถือได้ว่าเป็นลักษณะของ ธุรกิจทางการเงินเพื่อสังคม ที่แสดงให้เห็นได้ก็คือ เจตนารมย์ที่จะใช้ความสามารถและประสิทธิภาพในการทำธุรกิจเพื่อช่วยขจัดความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการพัฒนาสังคมอย่างครอบคลุมและทั่วถึง

ธุรกิจการเงินเพื่อสังคม จะเล็งไปที่การให้ความช่วยเหลือและพัฒนาชุมชนในระดับย่อย เพื่อให้มีความสามารถในการสร้างอาชีพให้กับครอบครัว และอุ้มชูให้ธุรกิจเติบโตขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นลูกค้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อกลับมาสนับสนุนการดำเนินการของธุรกิจได้ต่อไป

การช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนโดยให้การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำเพื่อตอบสนองความต้องการของคนยากจนด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ในรูปแบบของการสร้างนวัตกรรมเพื่อความทั่วถึงของสังคม

นอกจากนี้ ธุรกิจการเงินเพื่อสังคม ยังสามารถใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ในการให้ความรู้ทางการเงินที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตที่มั่นคง การสร้างความรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการบริการทางการเงิน ตลอดจนการให้การฝึกอบรมและการให้คำปรึกษาทางการเงิน เพื่อยกฐานะความเป็นอยู่ของคนในสังคมให้ดีขึ้น

การคิดค้นสร้างสรรค์ช่องทางการให้บริการที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้เพื่อให้การบริการทางการเงินที่ผู้คนในสังคมส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ก็จะเป็นเป้าหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ธุรกิจการเงินเพื่อสังคมจะสามารถขยายขอบข่ายการดำเนินธุรกิจของตนเองให้เติบโตขึ้นได้ไปพร้อมๆ กับความเข้มแข็งของสังคมโดยรวม

แม้ว่า ธุรกิจการเงิน จำเป็นต้องมีความใกล้ชิดกับผู้คนในสังคมอยู่แล้วโดยธรรมชาติของธุรกิจ แต่การตั้งใจสร้าง ธุรกิจการเงินเพื่อสังคม ขึ้นมา

ก็จะเป็นความท้าทายใหม่สำหรับผู้บริหารในยุคนี้ ได้มีส่วนสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม สิ่งแวดล้อม และระบบเศรษฐกิจโดยรวมได้อย่างยั่งยืน