วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โปรดทราบ...คลื่นยักษ์ การเมืองที่กรีซ อาจส่งผลช็อกโลกได้

ผลการเลือกตั้งกรีซทำให้เกิด “คลื่นยักษ์” ทางการเมืองสำหรับยุโรปและทั้งโลก เพราะพรรคฝ่ายซ้าย “ซีริซา”

(Syriza) ชนะเลือกตั้ง พร้อมประกาศจะเจรจาเงื่อนไขเงินกู้ก้อนใหญ่กว่า 268,000 ล้านดอลลาร์ (8.5 ล้านล้านบาท) ที่รัฐบาลทำกับองค์การระหว่างประเทศใหม่ และจะยกเลิกมาตรการ “รัดเข็มขัด” ทั้งหลายทั้งปวง

นายกรัฐมนตรีคนใหม่ อเล็กซิส ซีพราส (Alexis Tsipras) อายุเพียง 40 แต่มีความกร้าวตามแบบของซ้ายสุดโต่งทางการเมืองประกาศว่าชัยชนะของพรรคของเขาจะยุติ “ห้าปีแห่งการที่คนกรีกถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและเจ็บปวด”

ชัยชนะของพรรคฝ่ายซ้ายในกรีซ ทำให้เกิดความหวั่นเกรง 3 ประการในประเทศยุโรป

1.กรีซอาจเบี้ยวหนี้ก้อนใหญ่

2.กรีซอาจออกจากยูโรโซน

3.กรีซอาจจับมือกับรัสเซียเพื่อสู้กับยุโรปตะวันตกอื่น ๆ

4.ชัยชนะของพรรคฝ่ายซ้ายในกรีซ (ครั้งแรกในหลายสิบปีในยุโรป) อาจทำให้พรรคฝ่ายซ้ายในประเทศยุโรปอื่นเกิดใหม่ได้

พรรค Syriza ได้ 149 ที่นั่ง ขาด 2 ที่นั่งก็จะได้เสียงส่วนใหญ่ จึงต้องจับมือกับพรรคเล็กอีกหนึ่งพรรคเพื่อตั้งรัฐบาล

ทันทีที่ผลการเลือกตั้งออกมา เงินสกุลกรีกก็หล่นฮวบไปที่ 1.11 ต่อหนึ่งเหรียญสหรัฐ เท่ากับต่ำที่สุดใน 11 ปี

ที่ว่ารัฐบาลใหม่ของกรีซจะก่อให้เกิดคลื่นความหวั่นไหวหนักหน่วง ก็เพราะกรีซมีปัญหาเศรษฐกิจใกล้เจ๊งมาแล้ว และอยู่รอดมาได้ก็เพราะเงินกู้ก้อนใหญ่ แลกกับมาตรการตัดงบประมาณอย่างรุนแรง เพื่อจะได้สามารถฟื้นจากวิกฤตได้

เงินกู้ก้อนนี้ตกลงกับ 3 ฝ่ายคือ สหภาพยุโรป, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และธนาคารกลางยุโรป หรือ European Central Bank (ECB)

ก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจของกรีซเข้าขั้นโคม่าหลังวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2008 ทำให้คนตกงานจำนวนมากและหากไม่มีเงินกู้ก้อนใหญ่มาอุ้มเอาไว้ ก็อาจจะเจ๊งไปแล้ว

แต่คนกรีกจำนวนไม่น้อยมีความโกรธแค้นที่ต้องถูกใช้ชีวิตอยู่ภายใต้มาตรการรัดเข็มขัด มีความไม่พอใจเยอรมันและสหภาพยุโรปที่ตั้งเงื่อนไขโหด ๆ เพื่อแลกกับการที่เข้ามาประคองไม่ให้กรีซต้องมีอันเป็นไป

ความเป็นห่วงหลักก็คือว่า นายกฯคนใหม่จะไม่สามารถทำตามคำมั่นสัญญาต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และหากรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ “ชักดาบ” หนี้ก้อนยักษ์นี้ หรือขอเปลี่ยนเงื่อนไขหนักหน่วงจนเจ้าหนี้ไม่ยอม ก็อาจจะเกิดวิกฤตรอบใหม่ซึ่งจะมีผลกระทบไปทั่วโลก

นโยบายของพรรคฝ่ายซ้ายที่จะขึ้นมาเป็นรัฐบาลคือ การประกาศตนไม่เป็น “เมืองขึ้น” ของเจ้าหนี้ แต่ก็ไม่ปรากฏชัดเจนว่าทิศทางของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ จะทำอย่างไรจึงจะดูแลปากท้องของประชาชนได้โดยไม่ทำให้เกิดวิกฤตรอบใหม่ได้

อะไร ๆ ที่เคยคิดว่าจะไม่เกิดก็เกิดแล้ว

เช่นเคยเชื่อว่ายุโรปจะไม่ปั๊มเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ที่เรียกว่า QE เหมือนสหรัฐ

และเคยเชื่อว่าอย่างไรเสียคนกรีซ ก็จะไม่เสี่ยงกับความหวือหวาทางการเมืองด้วยการเลือกพรรคฝ่ายซ้ายจัดเข้ามาบริหารประเทศ

แต่ทั้งสองเรื่องที่ครั้งหนึ่งเคยเชื่อว่า “เป็นไปไม่ได้” ก็เกิดขึ้นแล้ว และเกิดขึ้นใกล้ ๆ กันเสียด้วย

และพอเข้าบริหารประเทศได้ไม่กี่วัน ผู้นำคนใหม่ของกรีซก็ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า จะจับมือกับรัสเซียในหลาย ๆ เรื่อง

ทำเอายุโรปตะวันตกใจหายใจคว่ำอีกรอบหนึ่ง เพราะรัสเซียกำลังทะเลาะกับยุโรปเรื่องยูเครน จนมีการประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

ถ้ากรีซประสานเสียงกับรัสเซีย ในเรื่องที่ยืนอยู่คนละข้างกับยุโรปตะวันตกและสหรัฐ ความตึงเครียดทางการเมืองกับเศรษฐกิจก็จะระเบิดขึ้นพร้อม ๆ กัน

อย่างนี้รับรองว่าดูไม่จืด

ต่อไปนี้ผมต้องจ้องดูความเคลื่อนไหวในกรีซอย่างไม่วางตาอีกประเทศหนึ่ง