ผลการเลือกตั้งกรีซทำให้เกิด คลื่นยักษ์ ทางการเมืองสำหรับยุโรปและทั้งโลก เพราะพรรคฝ่ายซ้าย ซีริซา
(Syriza) ชนะเลือกตั้ง พร้อมประกาศจะเจรจาเงื่อนไขเงินกู้ก้อนใหญ่กว่า 268,000 ล้านดอลลาร์ (8.5 ล้านล้านบาท) ที่รัฐบาลทำกับองค์การระหว่างประเทศใหม่ และจะยกเลิกมาตรการ “รัดเข็มขัด” ทั้งหลายทั้งปวง
นายกรัฐมนตรีคนใหม่ อเล็กซิส ซีพราส (Alexis Tsipras) อายุเพียง 40 แต่มีความกร้าวตามแบบของซ้ายสุดโต่งทางการเมืองประกาศว่าชัยชนะของพรรคของเขาจะยุติ “ห้าปีแห่งการที่คนกรีกถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและเจ็บปวด”
ชัยชนะของพรรคฝ่ายซ้ายในกรีซ ทำให้เกิดความหวั่นเกรง 3 ประการในประเทศยุโรป
1.กรีซอาจเบี้ยวหนี้ก้อนใหญ่
2.กรีซอาจออกจากยูโรโซน
3.กรีซอาจจับมือกับรัสเซียเพื่อสู้กับยุโรปตะวันตกอื่น ๆ
4.ชัยชนะของพรรคฝ่ายซ้ายในกรีซ (ครั้งแรกในหลายสิบปีในยุโรป) อาจทำให้พรรคฝ่ายซ้ายในประเทศยุโรปอื่นเกิดใหม่ได้
พรรค Syriza ได้ 149 ที่นั่ง ขาด 2 ที่นั่งก็จะได้เสียงส่วนใหญ่ จึงต้องจับมือกับพรรคเล็กอีกหนึ่งพรรคเพื่อตั้งรัฐบาล
ทันทีที่ผลการเลือกตั้งออกมา เงินสกุลกรีกก็หล่นฮวบไปที่ 1.11 ต่อหนึ่งเหรียญสหรัฐ เท่ากับต่ำที่สุดใน 11 ปี
ที่ว่ารัฐบาลใหม่ของกรีซจะก่อให้เกิดคลื่นความหวั่นไหวหนักหน่วง ก็เพราะกรีซมีปัญหาเศรษฐกิจใกล้เจ๊งมาแล้ว และอยู่รอดมาได้ก็เพราะเงินกู้ก้อนใหญ่ แลกกับมาตรการตัดงบประมาณอย่างรุนแรง เพื่อจะได้สามารถฟื้นจากวิกฤตได้
เงินกู้ก้อนนี้ตกลงกับ 3 ฝ่ายคือ สหภาพยุโรป, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และธนาคารกลางยุโรป หรือ European Central Bank (ECB)
ก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจของกรีซเข้าขั้นโคม่าหลังวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2008 ทำให้คนตกงานจำนวนมากและหากไม่มีเงินกู้ก้อนใหญ่มาอุ้มเอาไว้ ก็อาจจะเจ๊งไปแล้ว
แต่คนกรีกจำนวนไม่น้อยมีความโกรธแค้นที่ต้องถูกใช้ชีวิตอยู่ภายใต้มาตรการรัดเข็มขัด มีความไม่พอใจเยอรมันและสหภาพยุโรปที่ตั้งเงื่อนไขโหด ๆ เพื่อแลกกับการที่เข้ามาประคองไม่ให้กรีซต้องมีอันเป็นไป
ความเป็นห่วงหลักก็คือว่า นายกฯคนใหม่จะไม่สามารถทำตามคำมั่นสัญญาต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และหากรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ “ชักดาบ” หนี้ก้อนยักษ์นี้ หรือขอเปลี่ยนเงื่อนไขหนักหน่วงจนเจ้าหนี้ไม่ยอม ก็อาจจะเกิดวิกฤตรอบใหม่ซึ่งจะมีผลกระทบไปทั่วโลก
นโยบายของพรรคฝ่ายซ้ายที่จะขึ้นมาเป็นรัฐบาลคือ การประกาศตนไม่เป็น “เมืองขึ้น” ของเจ้าหนี้ แต่ก็ไม่ปรากฏชัดเจนว่าทิศทางของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ จะทำอย่างไรจึงจะดูแลปากท้องของประชาชนได้โดยไม่ทำให้เกิดวิกฤตรอบใหม่ได้
อะไร ๆ ที่เคยคิดว่าจะไม่เกิดก็เกิดแล้ว
เช่นเคยเชื่อว่ายุโรปจะไม่ปั๊มเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ที่เรียกว่า QE เหมือนสหรัฐ
และเคยเชื่อว่าอย่างไรเสียคนกรีซ ก็จะไม่เสี่ยงกับความหวือหวาทางการเมืองด้วยการเลือกพรรคฝ่ายซ้ายจัดเข้ามาบริหารประเทศ
แต่ทั้งสองเรื่องที่ครั้งหนึ่งเคยเชื่อว่า “เป็นไปไม่ได้” ก็เกิดขึ้นแล้ว และเกิดขึ้นใกล้ ๆ กันเสียด้วย
และพอเข้าบริหารประเทศได้ไม่กี่วัน ผู้นำคนใหม่ของกรีซก็ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า จะจับมือกับรัสเซียในหลาย ๆ เรื่อง
ทำเอายุโรปตะวันตกใจหายใจคว่ำอีกรอบหนึ่ง เพราะรัสเซียกำลังทะเลาะกับยุโรปเรื่องยูเครน จนมีการประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
ถ้ากรีซประสานเสียงกับรัสเซีย ในเรื่องที่ยืนอยู่คนละข้างกับยุโรปตะวันตกและสหรัฐ ความตึงเครียดทางการเมืองกับเศรษฐกิจก็จะระเบิดขึ้นพร้อม ๆ กัน
อย่างนี้รับรองว่าดูไม่จืด
ต่อไปนี้ผมต้องจ้องดูความเคลื่อนไหวในกรีซอย่างไม่วางตาอีกประเทศหนึ่ง









