วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปฏิรูปเศรษฐกิจกันอย่างไร ?

ผมสนทนากับเกริกไกร จีระแพทย์ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ อดีตรมว.พาณิชย์ และปัจจุบันเข้ามาทำหน้าที่

เป็นประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

ภารกิจสำคัญ คือวางโครงสร้างการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้โจทย์ศักยภาพการแข่งขัน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และมุ่งสู่เสถียรภาพ และมีความยั่งยืน

ที่ผ่านมาเราใช้ปรัชญาหรือแนวคิดเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรี และเดินตามแนวนี้มาตลอด 70-80 ปี ซึ่งเสรีก็ดี แต่ที่ผ่านมาปล่อยให้มีการผูกขาดสินค้า เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมปล่อยให้ธุรกิจที่มีความสามารถไม่เท่ากันมาแข่งขันกัน ปล่อยให้คนอ่อนแอไม่สามารถรวมกลุ่มสร้างแรงต่อรองได้ รัฐบาลต่างๆ ได้เบี่ยงเบนบิดเบือนเจตนารมณ์เสรีนิยมไปในทางที่ไม่เป็นคุณกับคนส่วนใหญ่

ไทยจำต้องเปลี่ยนแนวคิดทางเศรษฐกิจใหม่ เป็น“สังคมเสรีนิยม” หรือแนวทางเศรษฐกิจที่สังคมเป็นใหญ่ โดยจะต้องมองผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นหลัก ไม่ให้คนกลุ่มเล็กมาผูกขาด แต่ไม่ไปผูกมัดกีดขวางการทำงานที่เป็นเสรี ลดบทบาทรัฐลงเป็นแค่ผู้กำกับกติกา

สังคมเสรีนิยม จะต้องเป็นการค้าเสรีที่มีการปกป้องคุ้มกันตัวเองได้ และมีวิธีการปรับตัว รัฐจะต้องสร้างความรู้ส่งเสริมความสามารถให้แข่งขันในเศรษฐกิจเสรีนิยมได้ ธุรกิจใดปรับตัวไม่ได้ก็ต้องส่งเสริมให้ไปทำธุรกิจหรืออาชีพอื่น และต้องลดความเหลื่อมล้ำ ที่ยังมีความน่าเป็นห่วงเพราะคนรวยสุดของประเทศ 10% มีสัดส่วนของรายได้สูงถึง 40% แต่คนจนที่สุด 10% มีสัดส่วนรายได้เพียง 1.6%

สปช.กำหนดวิสัยทัศน์ให้ประเทศไทย เป็นสังคมที่มีความสามารถในการแข่งขัน มีความเสมอภาคเอื้ออาทร มีการแข่งขันที่ทัดเทียม ฉลาดเฉลียว และใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือการพัฒนา ให้บรรลุผลได้ภายในปี 2575 อีก 18 ปีซึ่งจะครบ 100 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ระหว่างนี้มีเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนภายในปี 2563

การบ้านใหญ่ มี 20 โจทย์หัวข้อที่ต้องปฏิรูป ต้องระดมและรับฟังความเห็นทุกฝ่าย สปช.วางโครงการปฏิรูปไว้ให้แต่หน้าที่ทุกคนต้องช่วยกันทำ ลดเหลื่อมล้ำในการพัฒนาเศรษฐกิจหัวใจสำคัญให้ได้ มุ่งสู่ความมั่งคั่ง มีสวัสดิการที่ดี และมีช่องว่างทางรายได้และชนชั้นต่ำมาก ไปถึงจุดนี้ได้จะถือว่าแนวทางปฏิรูปสำเร็จ

จะไปถึงเป้าหมายได้ต้องมุ่งสร้างให้ไทยเป็นชาติการค้า ค้าขายเป็น ต้องทำธุรกิจขนาดเล็กให้ขึ้นมาระดับกลางที่ออกไปต่างประเทศ และทำให้ไทยมีธุรกิจใหญ่เยอะๆ ขณะที่ภาคการเกษตรจะต้องเน้นการแปรรูปให้มากขึ้น ที่สำคัญไทยมีสัดส่วนของภาคบริการในระบบเศรษฐกิจเยอะมาก ต้องเร่งพัฒนาและเวลาพูดถึงตลาดภายใน ไม่ใช่มองแค่ 60 -70 ล้านคนแต่ต้องมองพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนามเข้าไปด้วย

แผน แนวคิด โรดแมพสวยหรู ถ้าได้เดินไปได้ตามเส้นทางที่วาดไว้ แต่จะทำอย่างไร เมื่อผ่องถ่ายอำนาจไปแล้วเข้าสู่ระบบใหม่ ทำอย่างไรให้ผู้มาใหม่เดินตามกรอบที่วางไว้ ไม่งัดนโยบายเรียกความนิยมอย่างบ้าคลั่งขึ้นมาจนทำให้ชาติเสียหาย

เกริกไกร บอกว่าเขากำลังคิดและทุกคนต้องช่วยกันคิด บางอย่างต้องเขียนกำกับไว้ในรัฐธรรมนูญและต้องทำให้เคารพ เป็นข้อผูกพันให้ได้

ผู้มาใหม่สามารถดำเนินนโยบายเศรษฐกิจได้ และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แต่อาจต้องระบุขอบข่าย เช่น การกระทำนโยบายเศรษฐกิจใดๆ ที่ทำให้ไม่มีเสถียรภาพทางการเงินการคลังจะทำไม่ได้ หรืออาจจะกำหนดเพดานของประชานิยมได้ไม่เกิน 8% ของงบประมาณหรือจีดีพี

ประชานิยมทำได้ แต่ต้องไม่เกินขอบเขต ทำตามความจำเป็นสถานการณ์ แต่ไม่ใช่เป็นการทำลายเจตนารมณ์และหลักการพื้นฐานของแนวทางปฏิรูปที่วางไว้

ต้องช่วยกันคิด ทำอย่างไร ไม่ให้ผีประชานิยมบ้าคลั่ง กลับมาหลอกหลอนอีก