วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตามหา "โปรดักท์ แชมเปี้ยน"

วันนี้ (7 พ.ย.) เมืองไทยจะมีการผลิตรถยนต์ ในโครงการรถเล็กประหยัดพลังงานตามมาตรฐานสากล

หรือ อีโค คาร์ เฟส 2 รุ่นแรก ก็คือ "มาสด้า 2" ที่จะเปิดสายการผลิตอย่างเป็นทางการในโรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอเอที ที่ระยอง

มาสด้าเป็นค่ายแรกที่เริ่มโครงการนี้ก่อนใคร จากจำนวน 10 ค่ายที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ประกอบไปด้วยรายที่เคยเข้าร่วมโครงการเฟส 1 อยู่แล้ว คือ นิสสัน, ฮอนด้า, มิตซูบิชิ, ซูซูกิ และโตโยต้า กับ 5 ค่ายใหม่ คือ มาสด้า, ฟอร์ด, เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม), โฟล์คสวาเก้น และทาทา

ภาครัฐกำหนดว่า ผู้ที่ได้รับการอนุมัติจะต้องเริ่มต้นการผลิตภายในปี 2562 นั่นหมายถึงว่าอีกไม่นาน เราจะมีการผลิตรถอีโค คาร์ นับล้านคัน เนื่องจากมีข้อกำหนดให้แต่ละค่ายต้องผลิตให้ได้ 1 แสนคันภายในปีที่ 4

แน่นอนว่าการผลิตจำนวนมหาศาล ตลาดในประเทศคงไม่สามารถรองรับได้หมด จำเป็นจะต้องส่งออก ซึ่งมองถึงจุดนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องดีต่ออุตสาหกรรม ไล่เรียงตั้งแต่โรงงานผลิตรถยนต์ไปจนถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน เนื่องจากค่ายรถยนต์ระดับโลก หากไม่มั่นใจก็คงไม่กล้าลงทุน

อีกทั้งทิศทางในตลาดโลก ช่วงนี้มุ่งไปที่รถเล็กกันมากขึ้น เนื่องจากมีข้อดี มีความเหมาะสมกับปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง เช่น สภาพการจราจร ที่จอดรถ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง หรือว่าปัญหามลพิษ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะรถตลาดทั่วไปเท่านั้น ยังรวมถึงตลาดรถหรูหราที่ปรับตัวมาเล่นในตลาดรถเล็กมากขึ้นเช่นกัน

เพียงแต่หากจะมองภาพนี้ อาจจะต้องหลับตามอง มองข้ามตลาดเมืองไทยไป เนื่องจากที่นี่เน้นความใหญ่ไว้ก่อน

และที่ผ่านมาอีโค คาร์ เฟสแรก ก็สามารถส่งออกไปทำตลาดหลายประเทศ รวมถึงในญี่ปุ่นซึ่งเป็นแหล่งรถเล็กอยู่จำนวนมาก แต่การที่รถจากไทยเข้าไปแทรกตลาดได้ ก็ต้องถือว่าไม่ธรรมดา

ดังนั้นเมื่อมองภาพในอนาคต อีโค คาร์ ก็อาจจะก้าวไปสู่การเป็น "โปรดักท์ แชมเปี้ยน" ตัวที่ 2 สนับสนุน แชมเปี้ยนตัวแรก คือ ปิคอัพ ได้ตามเป้าหมายของภาครัฐ

แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการแข่งขันกันรุนแรง และมีความพยายามดึงการลงทุนของผู้ผลิตต่างๆเข้าประเทศ ถามว่าสิ่งที่เรามีอยู่จะเพียงพอหรือไม่

ช่วงนี้มีกระแสข่าวแว่วมากับลมเย็นว่า ภาครัฐ กำลังเดินหน้าหา โปรดักท์ แชมเปี้ยน ตัวที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่ดี แต่คงยังไม่มีใครชี้ชัดได้ว่ามองไปที่ผลิตภัณฑ์ตัวใด

แต่ช่วงก่อนหน้านี้ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เช่น การที่ค่ายรถหลายค่ายส่งรถพลังงานไฟฟ้า หรือ EV เข้ามาให้หลายหน่วยงานได้ทดสอบการใช้งาน ขณะที่หน่วยงานต่างๆ ก็เริ่มศึกษาเกี่ยวกับสถานีชาร์จไฟ และ 18 พ.ย.นี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะเริ่มต้นร่วมมือในโครงการวิจัยและพัฒนาที่ชาร์จไฟฟ้าแรงดันสูง (high voltage charger) สำหรับยานยนต์ระบบไฟฟ้า ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบริษัท ThaiGerTec

ทำให้หลายคนอาจจะคิดไปได้ว่า หรือ แชมเปี้ยนตัวใหม่ จะเป็นรถไฟฟ้า

แต่แน่นอนว่าหากส่งเสริมจริง จะเกิดคำถามตามมามากมาย เช่น เรามีไฟฟ้าเพียงพอรองรับหรือไม่ การสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมทำได้หรือไม่ โดยไม่มีการต่อต้าน หรือจะต้องพึ่งพาการซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน เหล่านี้เป็นต้น

แต่ก็มีข้อคิดเห็นที่น่าสนใจของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วน ที่อยากให้รัฐส่งเสริมเรื่องของพลังงานไฟฟ้าเช่นกัน คือทำอย่างไรให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตระบบไฟฟ้าเพื่อส่งออก เพราะศักยภาพของเราตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ หรือ มอเตอร์ไฟฟ้า ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

โปรดักท์แชมเปี้ยน อาจจะต้องเป็นการผลิตเต็มคันก็ได้เช่นกัน